สัมภาษณ์รอบ Final

posted on 08 Mar 2012 17:23 by yukibyou in ETC
สวัสดีค่ะทุกคน...
วันนี้กลับมาแบบ ง่วง และเครียด
ก็ไม่มีอะไรมากค่ะ
แค่กลับมาจากสัมภาษณ์งาน รอบ Final ค่ะ
 
นัดสัมภาษณ์ตอน 13.30
ไปถึงตั้งกะ 12.50 ฮา
ก็ยืนรอหน้าตึกไปค่ะ เข้าก่อนเวลาเยอะไม่งาม (แต่ก็เข้าไปในบริษัทตอน 13.20)
 
วันนี้สัมภาษณ์กับเจ้านายญี่ปุ่นค่ะ มีพี่ๆ ที่สัมภาษณ์เราอาทิตย์ที่แล้วก็เข้ามาด้วย
 
สิ่งที่โดนวันนี้คือ
ให้แนะนำตัวเป็นภาษาอังกฤษค่ะ
แล้วก็โดนถามภาษาอังกฤษนิดหน่อย เช่นว่า
บ้านอยู่ไหน เดินทางมานานมั้ย อยู่กับพ่อแม่หรือเปล่า
ให้บอกข้อดีข้อเสียของตัวเอง
วิธีการแก้ข้อเสียของตัวเอง
ทำไมถึงเรียนภาษาญี่ปุ่น
(อะไรพวกนี้นี่...เคยโดนมาบ่อยๆแล้ว อย่างน้อยก็ในวิชาการเขียนชั้นเทพปี4เทอม1)
 
แล้วก็โดนภาษาญี่ปุ่น
แนะนำตัวอีกรอบ
คิดว่า ถ้าได้เข้าบริษัทแล้ว อยากเรียนรู้อะไร
นับถือใคร(เป็นต้นแบบ) และทำไม?
ชอบเลขไหม? (orz...ตอนแรกได้ยินว่า ชอบล่ามมั้ย...)
ถามเงินเดือนที่ต้องการ
แล้วก็ถามว่าสอบภาษาอังกฤษมาด้วยหรือเปล่า(นอกจากสอบวัดระดับญี่ปุ่น) (เนื่องมาจากเรื่องเงินเดือน)
 
ประมาณนี้...
นอกนั้นคือ เขาก็พูดๆ อธิบายเกี่ยวกับบริษัทให้ฟัง
แล้วก็มีพูดความเห็นส่วนตัวบ้าง
 
โดยส่วนตัว
คำถามไม่ได้ยาก หรือว่าเกินการคาดเดา
ปัญหาบางทีมันอยู่ที่ว่า เราไม่รู้จะตอบอะไร ถือแม้จะเคยคิดมาแล้ว
และตื่นเต้นด้วยบ้าง
และ ไม่มันใจว่าตัวเองตอบไปดีหรือเปล่า
เพราะตอบตามความเป็นจริงมากไป บางทีมันก็ไม่ดี สร้างภาพ มันก็ไม่ทางที่ถูก
อันที่จริง ถ้าเก่งเรื่องการโมเมแบบเนียนสุดๆ หลอกคนได้ก็จะเอาตัวรอดในสังคมนี้ได้ orz
แต่เราคิดอะไร ตอบอะไร ก็ไม่มั่นใจสักนิดค่ะ ให้พยายามแค่ไหน มันก็มั่นใจได้แค่นี้แหละค่ะ
และสุดท้าย ที่รู้สึกแย่สุดๆ ซึ่งไม่ได้แย่เพราะการถูกสัมภาษณ์โดยใคร หรือที่ไหน
แต่มันเป็นความรู้สึกที่เกิดขึ้นระหว่างถูกสัมภาษณ์ ความรู้สึกที่เกิดขึ้นจากตัวเอง เพราะตัวเอง
ว่า...เราจะสามารถทำงานได้จริงๆ หรือเปล่า...
ก็เข้าใจว่า ไม่ควรจะคิดอย่างนี้ตั้งแต่ทีแรก แต่บางที...ถ้าคิดว่าเราทำได้ มีความมั่นใจซะเต็มประดา
แล้วสุดท้ายทำอะไรไม่ได้เลย มันก็อาจจะแย่กว่าหรือเปล่า
ตอนนี้แค่ไม่มั่นใจในตัวเองเท่าไหร่ แต่ถ้าได้ทำ ก็จะพยายามทำให้ได้
แต่...ตอนนี้ก็ยังไม่รู้ว่าจะได้หรือเปล่า
อะไรถ้ามันเป็นของเรา มันก็จะเป็นของเรา
อะไรถ้ามันจะไม่เป็นของเรา มันก็จะไม่เป็นค่ะ
 
สุดท้ายของสุดท้าย...
หลังจากนี้ก็คงต้องพยายามเรียนรู้อะไรอีกเยอะ
ตั้งแต่นั่งอ่านญี่ปุ่นเพื่อสอบวัดระดับ (เพิ่มคุณค่า และเพิ่มความรู้ให้ตัวเอง)
และทวนอังกฤษฟื้นฟูสกิลที่หายไปตั้งแต่ม.ต้น ...
และอื่นๆ ที่อยากจะทำ...
 
orz เพลียมากจริงๆ
 
ไปล่ะค่ะ ^^;
 
ps. ยังไม่ทราบผลนะคะ ต้องรออีกสัก ไม่เกิน 2 วันค่ะ ^^" เพราะเขาต้องทำเรื่องไปที่บริษัทแม่ก่อนด้วยค่ะ
ไปสัมภาษณ์มาอีกที่แล้วจ้า!!
 
คราวนี้เดินทางไกลกว่าเดิมเล็กน้อย เพราะต้องเปลี่ยนจาก MRT เป็น BTS ด้วยนิดหน่อย
แต่ไม่เป็นไร ชีวิตมันต้องสู้ค่ะ!! (ฮาา)(อะไรของแก ๕๕๕)
 
เมื่อวันเสาร์ รีครูทที่แรกที่เราไปสมัคร เขาโทรมาเสนองานผู้ช่วยเซลส์ (ใช้ภาษาญี่ปุ่น) ของบริษัทมิตซุย
เราก็ ยื่นเลยก็ได้ค่ะพี่ ฮา (ไม่รู้คิดอะไรอยู่ตอนนั้น)(อาจจะแบบ เออ จะคิดไรมาก ยื่นๆไป)
เมื่อวานเขาเลยโทรมาตามให้ไปสัมภาษณ์ค่ะ  ไวมากกกกกก
และเนื่องจากว่าเป็นมิตซุย ข้าพเจ้าเลยกลัวมากว่าจะยาก เมื่อวานเลยนั่งอ่านประวัติบริษัท
 
และเนื่องจากว่าเขานัดบ่ายครึ่ง และเรากลัวว่าจะหาบริษัทไม่เจอ เราเลยออกจากบ้านไวมากค่ะ
ออกจากบ้าน 10 โมงครึ่ง ถึงสยาม 12.00
เดินแกร่วๆ อยู่แถวพารากอนสักพักนึง คิดได้ว่า ควรหาห้องน้ำเข้าเผื่อไว้ก่อน
แต่เดินนานมากก็ไม่เจอ สาบานได้ว่าเป็นเด็กจุฬา...orz เดินพารากอนไม่เป็น...
แต่แล้วเราก็เจอปั๊กค่ะ สาวสวยของเรา ฮา คุยๆ กันนิดนุงแล้วเราก็ถามว่าห้องน้ำอยู่ไหน ฮา
ปั๊กก็พาไป แล้วก็เดินๆ กันสักพัก เราก็ออกเดินทางไปช่องนนทรีค่ะ
 
ไปถึง 13.00 พอดีอย่างที่ตั้งเป้าไว้
แล้วก็เดินๆ หาตึก  ระหว่างนั้นไปเจอคนฮ่องกงคนนึงหลงทาง หาโรงแรมไม่เจอ = ="
เลยได้ฤกษ์ใช้ภาษาอังกฤษเบาๆ ... ก็ช่วยอะไรได้ไม่มาก เพราะเราก็ไม่รู้ว่าอยู่ไหน
ต้องเดินไปถามที่วินมอร์ไซค์...ซึ่งก็แบบ เดินไปทางนั้นๆๆๆ นะ  แต่ถ้าไงไปมอไซค์มั้ย? ฮา
บอกคนฮ่องกงตามที่พี่วินบอก และบอกว่า ไปมอไซค์ก็ได้ (แบบแหยๆ) เขาก็ เหอะ ไม่ไป ฮา
ตอนนั้นพี่ที่รีครูทก็โทรมาหาด้วยความเป็นห่วงว่าจะไปถูกมั้ย ๕๕๕๕ สุดท้ายก็ไปถูกค่ะ
 
ไปถึงที่บริษัทไวกว่าเวลานัดประมาณ 10-15 นาที
พอไปถึง พี่พนักงานก็ต้อนรับ แล้วก็เอาข้อสอบมาให้ 2 ชุด
เป็นอิ้ง 5 หน้า กับ แจป 2 หน้า  เนื้อหาในแจป ก็เหมือนกับในอิ้ง 2 หน้าแรก
2 หน้าแรกเป็นของผู้ช่วยเซลส์ หน้าที่ 3 เป็นของ เซลส์ 2 หน้าสุดท้ายเป็นของฝ่ายธุรการ
คำถามก็แนววัดทัศนคติ + การแก้ไขปัญหาเฉพาะหน้า และ แน่นอน...วัดภาษา...
ถามว่ายากมั้ย...ก็ไม่ได้ยาก แต่ต้องใช้สมองประยุกต์ๆ พลิกแพลงๆ orz... (ซึ่งไม่มี...)
ก็เขียนๆ ไป
เขาให้เวลาชม.ครึ่ง...แต่ใช้มากกว่านั้นนิดหน่อย
พอเห็นว่าหมดเวลา เราก็ไม่ทำต่อละค่ะ ถอดใจเบาๆ ..เหลือข้้อนึงง่ะ มันนึกไม่ออกจริงๆ orz
(อย่างที่บอก หมดเวลาแล้วด้วย) ก็เลยไปส่ง
พี่เขาก็ให้ทำแบบทดสอบ excel ต่อ 2 ข้่อใหญ่
คือคิดเลข ข้อนึง... กับอีกอันคือจัดข้อมูล จะทำเป็นตาราง กราฟ หรืออะไรก็สุดแท้แต่
 
ซึ่ง...ข้อแรก เห็นแล้วอึ้งมาก...
โจทย์อิ้งค่ะ...เอาวะ ตั้งสติอ่านดีๆ ...โอเค เก็ทแล้ว....
แล้วมันคำนวณไงฟระ!!!!
สติแตกมาก....นั่งจ้องอยู่หลายนาทีมากจริงๆ ...
จนในที่สุดก็ถอดใจอีกครั้งว่า เอาเถอะ ทำๆ ไป...ผิดก็ผิดวะ
แล้วก็จิ้มโปรแกรมเครื่องคิดเลขมาลองคิดๆ ...แล้วก็ตอบ
สักพักพี่เขาเดินมาถามว่าเป็นไงบ้าง เราก็ "พี่คะ หนูไม่ถนัดเลข TwT"
เขาก็ "พี่เข้าใจๆ เด็กภาษาก็งี้...เอ๊ะ ก็ถูกแล้วนี่" ...หา
กรี๊ดดดดดดดดดดดดดดดด!!!!
กำลังใจพรุ่งพล่านมาก ฮา
แล้วพี่เขาก็ช่วยอธิบายให้ฟังนิดนึงว่าโจทย์ให้ทำอะไร
แล้วเราก็นั่งจิ้มสูตร SUM ใหญ่เลยค่ะ ฮา (รื้อฟื้นมากๆ)
คำนวณสนุกสนาน
 
เสร็จปุ๊บ พี่เขาก็บอกว่า มีอีกจ้ะ อะ..จิ้มไปอีกหน้า
ให้จัดข้อมูล เราก็..โอเคค่ะ
พี่เขาชี้โพลงมาว่าทำกราฟก็ได้ เราเลย โอเค งั้นกราฟละกัน ทำเป็น อิๆ
แต่...Excel มันทำกราฟไงว้าาาาาา!!! กรี๊ดดดดดดดดดดดด
คือมันยากมาก หาไม่เจอ orz... ไม่รู้ว่าใส่ข้อมูลยังไง
เลยคล้ำๆ งมๆ นานมากกกกกกกกก
จนสุดท้ายก็ถอดใจอีกครั้งของอีกครั้ง.... "เอาวะ...กุจะประยุกต์ในแบบของตัวเอง!!"
ในที่สุดก็เปิด Word ขึ้นมา แล้วก็ทำเลยค่ะ...orz...
เสร็จปุ๊บ ปริ้นท์สกรีน แปะลงexcel เลย...
จบ ฮาาา ไม่สนอะไรแล้วค่ะ ฮาา
 
แล้วก็ไปนั่งรอพี่เขา
นานพอสมควร คือเขาทำงานกันอยู่ เลยยังไม่ว่างมาสัมภาษณ์ต่อ
ระหว่างนั้นพี่เขาเลยเอาข้อสอบอีกข้อที่เหลือมาให้เราทำ
สรุปคือ ก็ตอบครบในที่สุด ฮา
 
แล้วพี่เขาก็มาสัมภาษณ์ เริ่มด้วยแนะนำตัวภาษาอังกฤษ
แล้วก็แนะนำตัวภาษาญี่ปุ่นให้คนไทยฟัง สัมภาษณ์เบาๆ สามสี่ข้อ
และสัมภาษณ์ภาษาไทยที่โคดจิตวิทยา orz... กลัวที่สุดแล้วอะ
กว่าจะจบก็ห้าโมงครึ่งค่ะ...
 
เอาเป็นว่า สำหรับที่นี่ เราชอบนะ
ทั้งตัวบริษัท ภาพที่พี่เขาเล่าให้ฟัง
และพอใจการมั่วเอ็กเซลของตัวเองมาก ฮา
บอกพี่เขาไปว่า พี่คะ จริงๆ หนูทำไม่เป็นเลยนะ พี่เขาก็ แต่หนูก็ทำได้นี่! ฮา มั่วเก่งจริง
แต่ก็ไม่รู้ว่าจะได้มั้ย เพราะเขาต้องตัดสินใจ แล้วมาเรียกไปสัมภาษณ์กับนายใหญ่ของออฟฟิศอีกรอบ
และหลังจากนั้นก็ไม่รู้ว่าจะได้มั้ย? อีก ฮา
 
เอาเตอะ ชีวิตมันก็ต้องตื่นเต้นกันอีกหลายๆ รอบ~
แต่ถ้าไม่ได้งานนี้ ตั้งใจว่าจะลองโทรไปคุยกับรีครุทที่บริษัทตั้งอยู่บางกรวย ไรงี้
เผื่อหาที่ทำงานในนนท์ให้เราได้ =.= บริษัทจะได้ตัดสินใจง่ายขึ้น
ว่าเราจะเดินทางไม่ลำบาก เพราะบริษัืทในกรุงเทพดูจะเป็นห่วงเด็กตัวน้อยๆ คนนี้ว่ามันจะเดินทางรอดมั้ย orz
BTW วันนี้ถึงบ้านเกือบ 2 ทุ่มค่ะ ฮาาาา
 
ชุบุ
 
 
Edited (05/03/2012)
อัพเดทเบาๆ
วันนี้รีครูทโทรมานัดให้ไปสัมภาษณ์ไฟนอลกับบริษัทแล้วค่ะ ^w^
จะไปสัมภาษณ์วันพฤหัสนี้
เป็นยังไง เดี๋ยวจะมาร่าย ฮา
ชุบุ
ไปรีครูท เป็นครั้งที่ 2 จ้า
 
เมื่อวานเขาโทรมาตามให้ไปฝากประวัติ และสัมภาษณ์ค่ะ
(เพราะว่าเราเพิ่งเปิดประวัติอีกรอบ หลังจากชวดงานไป...ประกาศ งานที่ไปสัมภาษณ์ครั้งนั้นไม่ได้นะคะ ฮา)
แต่เขาโทรมาตอนเราออกไปถึงมหาลัยแล้ว ซึ่งใส่แตะไป ฮา เขาบอกไม่ถือ โอเคๆ ก็ได้ๆ
ดีที่ถือเอกสารติดตัวไปด้วย ฮา (ดีมั้ยเนี่ย)
 
นัดวันนี้ตอนบ่ายสามค่ะ อะ ก็เดินทางไปค่ะ
สายเบาๆ ไม่เกินสิบนาที  แต่กว่าเขาจะออกมารับให้เข้าไปในห้องก็เลทนานเหมือนกันนะ
(โอเค เขาก็ไม่รักษาเวลาเหมือนกัน)
 
คือ เราไปที่ตึกเอ็มไทย (บอกสถานที่คลุมๆ แต่ไม่ระบุบริษัทแล้วกันนะคะ)
ขึ้นไปถึงชั้น แล้วพนักงานที่ชั้นนั้นเขาก็ถามว่ามาติดต่อใคร
แล้วเขาก็โทรไปบอกข้างใน ผ่านไปหลายนาทีเขาก็ออกมารับให้เข้าไปในห้อง
พี่คนไทยก็ทักทายนิดหน่อย แล้วเขาก็บอกว่า จะสัมภาษณ์เป็นอังกฤษนะ...เราก็ เอิ่ม...ค่ะ
ก็คุยๆ กันค่ะ  ซึ่งภาษาอังกฤษเราง่อยมาก ตลอดเวลาที่สัมภาษณ์ญี่ปุ่นวิ่งวุ่นมากกก (ทั้งที่ก็ไม่ได้เก่ง...orz)
ภาษาอังกฤษที่เขาสัมภาษณ์มีบางจุดที่ฟังแล้วก็แปลกๆ เหมือนกัน = =" แบบ...ผิดไวยากรณ์หรือเปล่า?
(แต่ตัวเองก็เหมือนจะเก่ง orz ไปจับผิดเขาอีก...) เอาเป็นว่าเขาพูดได้ เราพูดไม่ออก จบข่าว ฮา
สัมฯ เสร็จ เขาก็ไปเรียกคนญี่ปุ่นมาสัมภาษณ์  รอบนี้ก็คุยๆ เรื่อยเปื่อย
เสร็จปุ๊บ เขาก็บอกว่า มาทดสอบอ่านญี่ปุ่นหน่อย โอ้วว
เขาก็ไปหยิบหนังสือมาเล่มนึง มาให้อ่านๆ  แต่เขาใจดีอะ เข้าใจว่าบางอย่างอ่านไม่ออก (หรือเขาก็อ่านไม่ออก ฮา) (แซวเล่น)
ตะกุกตะกัก ไม่ได้อ่านนานแล้ว แล้วคันจิก็ลงหม้อลงไห...ตะกุกตะกักขนาด 中国 ยังอ่านไม่ออก ฮาาา
แบบ "จู...กะ...กะ..." เงิบมาก ฮา
 
แล้วก็จบ
 
เขาบอกมาว่า เราเรียกเงินสูงไป orz
สำหรับคนจบใหม่ และไม่มีประสบการณ์
เราก็...เอ่อ เราไม่รู้แหงะะะะะ
 
ในขณะที่ รีครูทอีกที่บอกว่า เรียกเรตปกติ ก็ไม่ได้สูง orz
(เลยวิ่งกลับไปซบอกรีครูทเดิม) ซึ่งเมื่อวานเขาก็โทรมาเสนองานให้
วันนี้เลยโทรไปบอกว่า "เอาค่ะ!!" ..ด้วยความช้ำใจจากรีครูทที่ไปมาวันนี้ ฮาาา
 
คือโทรไปบอกว่าเอา แล้วก็บอกเขาว่า เนี่ย วันนี้ไปอีกที่มา เขาบอกว่าเราเรียกสูงไป
พี่เขาบอกว่า ก็ปกตินะ จะสูงไปมั้ยก็ขึ้นอยู่กับว่าบริษัทมีสวัสดิการให้เราขนาดไหน
ถ้าสวัสดิการดี เงินเดือนต่ำหน่อยก็โอเค แต่ถ้าไม่ค่อยมีสวัสฯ ก็ให้เรียกเยอะๆ ได้ไม่เป็นไร
orz
 
เฟลเบาๆ แต่ก็ดีแล้วล่ะ
กลับมาแล้วจ้าทุกคนนนน 
วันนี้วี่ไปสัมภาษณ์งานที่บริษัทญี่ปุ่นมาแล้วจ้า
 
(....เหนื่อย.....)
 
โอเค จะเล่าละๆ ฮาาา
 
วันนี้วี่มีนัดสัมภาษณ์งานบริษัทญี่ปุ่นแห่งหนึ่งที่อาคารเสริมมิตรค่ะ
ซึ่งอาคารนี้ไปบ่อยมากตั้งแต่ช่วงที่ไปยื่นเอกสารทุึน orz (โชคชะตาจริงๆ)(คิดไปเอง...)
เวลานัดคือ 11.00น. ค่ะ แต่รีครูทก็ให้ไปก่อนเวลาครึ่งชม. (เขาจะได้ไม่เสียชื่อ ฮา)
อีกอย่างก็คงเผื่อว่า ถ้าคนที่สัมภาษณ์ก่อนหน้าเราเสร็จไว เราจะได้สัมฯต่อเลย
 
วี่ตื่นเจ็ดโมงหน่อยๆ อาบน้ำ แต่งตัวกินข้าว แล้วฝนก็ตก....แง่ม
ออกสายเล็กน้อย ตอนนั้นฝนหยุดตกพอดี ประมาณ9.15ค่ะ
ไปถึงที่หมายประมาณ 10.40 ...ไม่แน่ใจว่าควรจะเข้าไปก่อนมั้ย แต่ก็เข้าไป ฮาา
 
ก็เคาะๆ  เห็นคนญี่ปุ่นสองคน เขาก็มาเปิดให้เข้าไปนั่ง  เราก็นั่งรอ
คนนึง เขามาบอกว่า เนี่ย เฟอร์นิเจอร์เพิ่งมาเมื่อวานนะ (ฮา) แค่นี้ค่ะ
ตอนเขาพูด เหมือนจะไม่ค่อยกล้า ประมาณว่า เราจะฟังออกมั้ย ไรงี้ ฮา
 
ตอนนั้นได้ยินเสียงภาษาอังกฤษมาจากฉากกั้นห้องข้างๆ
เป็นเสียงผู้หญิงค่ะ  ตอนแรกเราก็นึกว่าเป็นสต๊าฟ 
ตกใจมากว่า "เฮ้ย! มีสต๊าฟไทยแล้วเรอะ! จะสัมภาษณ์ไทยด้วยเรอะ!?"
(แอบกลัวสัมภาษณ์ไทยมากกว่าญี่ปุ่น ฮาา เพราะเนื้อหามันจะยากกว่า)
(ลืมบอกไปว่า บริษัทนี้มาเปิดสาขาใหม่ที่ไทยค่ะ ฉะนั้น ทุกอย่างใหม่หมด)
แต่เปล่า  ฟังไปเรื่อยๆ ก็เก็ทว่ามาสัมภาษณ์เหมือนกัน แต่ไม่รู้ตำแหน่งไหน อาจจะเป็นบัญชี หรืออะไรสักอย่าง
แอบฟังเบาๆ ฮา แต่ฟังไม่ค่อยรู้เรื่องง่ะ หนึ่งคือ เขาพูดคล่องอยู่นะ แต่ไม่ค่อยเป๊ะ ศัพท์ก็โหวงนิดหน่อย มีหลุดภาษาไทยออกมาด้วยว่า "พูดว่ายังไงนะ" ฮา (แต่ก็พูดไวกว่าข้าพเจ้าที่มัวแต่ห่วงไวยากรณ์และสำเนียง)
แล้วเขาก็ออกจากห้องไปค่ะ เขาแอบหันมาเจอเรานิดหน่อย หวังว่าจะไม่คิดว่าเราเป็นคู่แข่งนะ ฮา (เพราะคนละตำแหน่งชัวร์)
 
แล้วก็ถึงตาเราค่ะ เขาก็เชิญไปนั่ง
ตรงนั้นมีญี่ปุ่น 3 คน (2 คนที่เราเจอทีแรก กับคนที่สัมภาษณ์คนเมื่อกี้อยู่...
สรุปคือ ญี่ปุ่นทุกคนที่อยู่ในห้องนั้นมากองอยู่ตรงหน้าเราค่ะ orz)
เขาก็ซุบซิบกันเบาๆว่า อินี่พูดญีปุ่นได้ใช่มั้ย เราก็ยิ้มๆ ฮา
แล้วเขาก็เปิดการสัมภาษณ์ด้วยการให้ "แนะนำตัว" ค่ะ
เหมือนจะง่าย แต่ไม่ง่าย...เอาเถอะ เราผ่านวิชาอิไวมาแล้ว ฮา
อ่อ ตอนแรกเขาถามชื่อ แล้วก็ชื่อเล่นไปรอบแล้วล่ะ แล้วก็ให้แนะนำตัวอีกรอบ
ตอนบอกชื่อเล่น เราก็บอกว่า มันอาจจะเรียกยาก(ซึ่งเขาก็เห็นด้วย) เรียกยูกิก็ได้ ใช้ตอนอยู่ญี่ปุ่นไรงี้
เขาก็ถามเกี่ยวกับที่ไปญี่ปุ่นนิดหน่อย
ตอนแนะนำตัวก็พูดชื่อ พูดว่าเรียนญี่ปุ่นมากี่ปี จบเมื่อไหร่ อยากทำอะไร ไรงี้
แล้วเขาก็สัมภาษณ์ทั่วๆ ไป
เช่นว่า อยู่กับครอบครัวใช่มั้ย พ่อแม่ทำงานอะไร มีพี่น้องมั้ย ทำงานอะไร อยู่ด้วยกันหรือเปล่า
เรียนญี่ปุ่นเพราะอะไร ไปญี่ปุ่นชอบอะไร ไม่ชอบอะไร
เดินทางมาที่นี่ยังไง นานมั้ย ไหวหรือเปล่า
ทำไมถึงอยากทำงานที่นี่ (อันนี้ยาก แต่โดนมาแล้ว และคิดมาบ้างแล้ว)
ไปสัมภาษณ์ที่อื่นอีกหรือเปล่า
ก็คุยทั่วๆ ไปที่อยู่ใน Resume นะ
แล้วเขาก็คุยเรื่องลักษณะงานในบริษัทของเขาให้ฟังเล็กน้อย
คุยเรื่องวันหยุด  โอทีบ้าง  แล้วก็ถามว่าเงินเดินที่ระบุมานี่ ระบุเองหรือเปล่า
เราก็ ค่ะ  ฮาาา (จริงๆเปล่า ...คือเราอะ ระบุไว้ในระดับนึง แต่พี่รีครูทเขาขึ้นให้อีกหน่อย(?))
เอาเถอะ ว่ากันว่า เงินเดือนน่ะ มันขึ้นยาก แต่ลงง่าย ตั้งสูงๆ ไว้ดีกว่า
แล้วเขาก็ชอบถามว่า "มีอะไรจะถามมั้ย" ฮา  ยังไม่มีค่ะ
มีแค่เรื่องเดียวคือ "บริษัทจะเริ่มเมื่อไหร่" (ไม่อยากเริ่มไว เพราะติดงานอาจารย์อยู่ แล้วก็ติดซ้อมเต้นลงงานประกวดที่คณะ ฮา)(อันหลังนี่ไร้สาระมาก  แต่ลงทุนไปเยอะมากค่ะรอบนี้ ฮา)
 
จากที่สัมภาษณ์วันนี้ เราว่า ก็โอเคนะ
ถ้าไม่นับเรื่องว่า ลืมพูด よろしくお願いします กร๊ากกกก (ตื่นเต้นจัด เล่นมารุมกันสามคน)
แล้วก็ตอนเขาพูด お疲れ様でした เราก็เกิดอาการชาโดวอิ้งไม่ถูก แบบ...
"เฮ้ย กุต้องพูดตอบ...แต่พูดว่าอะไรนะ!?" ตื่นเต้นตกใจ มัวแต่คิดเยอะจนลืม ฮาาา
แล้วก็ ถ้าเขาจะไม่รับนะ น่าจะด้วยเรื่อง
1. การเดินทาง (บ้านแอบไกล  เดินทางเที่ยวละชม.ครึ่ง)(แต่มันคือปกติเมืองไทย?)
2. เงินเดือนเรียกสูงไป?? (แต่ได้ข่าวว่าญี่ปุ่นไม่งกไม่ใช่หรออออ)
3. ความสามารถ... (ไม่มีประสบการณ์(แต่เจือกเรียกเงินสูง) และเจือกตอบไปว่าอังกฤษพูดไม่ออกแล้ว ฮา(จริงๆ ขพจมั่นใจว่าพูดได้ดีกว่าอีกคนที่มาสัมภาษณ์นะ ฮา)
 
เอาเตอะ ไม่เครียดๆ ฮาา
ถ้าได้ก็อย่าเริ่มไวนัก และอย่ายากนัก หนูโง่ววว  TwT
 
 
Edit เบาๆ
 
เมื่อกี้บริษัทรีครูทโทรมาถามฟีดแบ็คค่ะ ๕๕๕
ก็ถามว่า วันนี้เป็นยังไงบ้าง รู้สึกยังไงกับบริษัทที่ไปสัมภาษณ์มาวันนี้
แล้วก็ถามด้วยว่าเขาต่อรองเงินเดือนมั้ย? ฮาาา ก็ อ่อ ไม่ค่ะ เขาถามเฉยๆว่าเรียกเองมั้ย
พี่ก็เขา อ่อ บริษัทเรา(รีครูท)เรียกให้สินะคะ เราก็ ใช่ค่ะ ฮาา แต่หนูก็อือๆ ไปค่ะ ฮาา
สุดท้ายคือ เขาก็บอกว่า เนี่ยเดี๋ยวจะไปบอกฟีดแบ็คให้เขาด้วยว่าเราชอบบริษัทเขา
แล้วก็จะย้ำให้ว่าการเดินทางสะดวกสุดแล้ว ฮาาา
เต็มที่ไปเลยค่ะ
 
พี่น้องที่เคารพรัก
พรุ่งนี้เราจะไปสมัครงานจริงแล้วจ้า  เฮ
เป็นกำลังใจให้เราด้วย > < แล้วจะมาเล่านะคะ ว่าสัมภาษณ์สมัครงานบริษัทญี่ปุ่นเป็นอย่างไร
(นี่ก็อุตส่าห์ไปย้อมผมเข้มเลย ฮาา ตอนแรกหัวแดงมาก)
 
เดี๋ยวไปเตรียมเก็งคำถาม เตรียมคำตอบก่อน ฮาา นึกไม่ออก
>3< ~
 
 
กลับมาแล้วค่ะ!
 
วันนี้ตื่น 8 โมงค่ะ ออกจากบ้าน 9 โมง ไปถึงที่หมายแรกคือ Saiyo ตอน 10 โมงครึ่งโดยประมาณ (หลงเบาๆ)
ที่ว่าหลงเพราะเขาบอกว่าออกจากรถไฟใต้ดินแล้วเลี้ยวขวา จะเจอพัฟแอนด์พาย แต่ไม่เจอ เลยงง ฮาา
เลยต้องเดินกลับไปดูที่ป้ายอีกรอบ ก็..อ้อ ถูกทางแล้ว แต่มันต้องเดินอีกไกลหน่อย ฮาา
 
พอไปถึงพี่เขาก็ให้กรอกข้อมูลค่ะ ก็ไปนั่งกรอกในห้องๆ นึง ของเรามีเอกสาร 2 ชุด
ชุดนึงเป็นชุดทั่วไป มีให้กรอกข้อมูลส่วนตัวภาษาไทย กับให้กรอกภาษาอังกฤษ เป็นตอบคำถาม
ก็ไม่ได้ยาก แต่บางทีนึกไม่ออกว่าจะตอบอะไร
เช่นว่า ให้อธิบายเกี่ยวกับที่บ้าน(ครอบครัว และเมือง), อธิบายเกี่ยวกับตัวเอง, เหตุผลที่เลือกMajor และอื่นๆ (จำไม่ได้) ประมาณ หกเจ็ดข้อได้มั้ง...
 
อีกชุดนึงก็เป็นภาษาญี่ปุ่น 2 หน้า เป็นให้ตอบอธิบายเยอะพอสมควร...
เช่นว่า ให้บอกนิสัยของตัวเอง  ทำไมถึงเรียนญี่ปุ่น  ทำไมอยากทำงานบริษัทญี่ปุ่น  ตอนนี้สนใจเรื่องอะไรของญี่ปุ่น  คิดว่าญี่ปุ่นกับไทยต่างกันยังไง ฯลฯ
 
เสร็จสรรพ ข้าพเจ้าใช้เวลาไปราว 2 ชม. ครึ่ง!! (อย่างกับสอบ) ไปสัมภาษณ์ก่อนเขียนเสร็จนิดหน่อย (เพราะคนญี่ปุ่นต้องไปทำงานที่อื่นก่อน) สัมภาษณ์แป๊บเดียว ไม่มีอะไร แค่ถามชื่อ ประวัติส่วนตัวเล็กน้อย รายละเอียดเกี่ยวกับงานที่อยากทำ ความสามารถอื่นๆ ไรงี้
 
อย่างที่บอกค่ะ ว่า วันนี้ต้องไปฝากประวัติและสัมภาษณ์ 2 ที่
วี่เลยนั่งรถไฟฟ้าไปอีกที่  เขาบอกว่า ลงมาแล้วให้เรียกมอไซค์ไปได้เลย
แต่เผอิญว่าลงมาแล้วไม่เจอมอไซค์ค่ะ เลย...โอเค งั้นเดินไปเองละกัน *w*
ก็ดูตามแผนที่ เห็นว่ามันไม่ไกลค่ะ...ที่ไหนเลย....
orz... หาไม่เจอค่ะ เดินไกลมาก...เลยตัดสินใจกลับ
เนื่องจากเรานัดบ่าย บ่ายสอง ตอนนั้นสองโมงแล้ว กว่าจะกรอก กว่าจะสัมภาษณ์เสร็จก็คงเย็น
และ บริษัทนี้เราก็ไม่ได้อยากจะไปตั้งแต่ต้นแล้วค่ะ เลยโทรไปขอยกเลิก (เราจะไม่พูดว่าที่ไหนนะ)
หลายๆ เรื่อง...รวมทั้ง ตอนนี้เหมือนมันจะเยอะไปแล้วแหงะ ไม่อยากไปลงประวัติไว้หลายที่เกิน
 
แม้ว่าวันนี้จะแค่ที่เดียวก็เถอะ แต่ยังไม่ได้เล่า ว่าระหว่างที่กรอกที่บริษัทแรกอยู่มีโทรศัพท์เข้ามาค่ะ
เขาก็ถามๆ ว่าหางานอยู่ใช่มั้ย และถามรายละเอียดอื่นๆ แล้วก็ขอสัมภาษณ์ญี่ปุ่นเบื้องต้นตอนนั้น
แต่เรายังไม่ว่าง เพราะรีบกรอกให้ไซโยอยู่ เลยบอกเขาว่าจะโทรหาทีหลัง
ซึ่งงานน่าสนใจ เดินทางไม่ลำบากมาก ...นี่ก็เป็นอีกเหตุผลนึงที่ทำให้ยกเลิกสัมภาษณ์รีครูทอีกที่นึง (ขอโทษด้วยค่ะ แต่คุณนัดหนูเองง่ะ)
ตอนกำลังจะกลับบ้านก็เลยโทรหาบริษัทที่โทรมาตอนนั้น (ดับบิวเอส...ไวด์สเปรด รีครูทฯ?)
ก็ให้เขาสัมภาษณ์ๆ ค่ะ คุยเรื่องทั่วๆ ไปเหมือนกัน แต่บรรยากาศดีมากค่ะ ชมดะเลย ฮา
เขาก็ชวนคุยว่า ทำไมถึงเรียนภาษาญี่ปุ่น...ชอบการ์ตูนเหรอ งั้นไม่ได้ชอบอาหารเหรอคะ (ฮา)
เราก็ จริงๆ ก็ชอบหมดค่ะ พอเรียนก็ชอบไวยากรณ์ ไรงี้ ...เขาก็ ไวยากรณ์ไทยกับญีปุ่นต่างกันมั้ย? เขาไม่รู้
เราก็ ต่างค่ะ ก็คุยกันว่ายังไง ฮา เล็กน้อยๆ แล้วเขาก็ถามว่า ระหว่างญี่ปุ่นกับอังกฤษ อะไรดีกว่ากัน
เราก็...เอิ่ม ญี่ปุ่นมั้งคะ ฮา อังกฤษเน่าไปแล้ว ไม่ได้ใช้เลย  แล้วเขาก็ถามว่า อ่านเขียนล่ะ ได้มั้ย?
เราก็ เอิ่ม คิดว่าดีกว่าพูดค่ะ...เขาก็ โอ้ว งั้นเหมือนเนทีฟเลยมั้ย? (ฮา) ไม่ค่ะ ๆ (หนูง่อย TwT)
อะไรประมาณนี้ แล้วเขาก็เชียร์ๆ ให้กำลังใจว่า ไปสอบเอ็นอิจิ๊สิ เงินเดือนดีนะ ฮาาา
 
แล้วข้าพเจ้าก็กลับบ้านค่ะ  อ่อ ลืมไปว่า ก่อนจะโทรกลับไป  เราก็ไปแรดนิดหน่อยที่ร้านหนังสือมือสอง และร้านขนม (คัสตาร์ดนากามูระ) ซื้อมาสองร้อยกว่าบาทค่ะ เอามาฝากที่บ้าน =w="
ตอนนี้เพลีย และปวดหัวมาก เครียดมาหลายวัน ฮา (นี่ยังไม่ใช่ของจริง ของจริงคงเครียดกว่านี้อีก)
ตอนนี้ก็ต้องรอผลของที่ดับบิวเอสก่อน ว่าบริษัทที่เขาเสนอไปจะรับเรามั้ย ถ้ารับก็พอค่ะ คิดว่าคงจะเอา ฮา
ได้ยินว่าเป็นบริษัทเทรดดิ้ง บริษัทเปิดใหม่ ไม่ใช่ง่านล่ามแบบร้อยเปอร์เซนต์ เป็นงานครบวงจรมากกว่า ฮา
เงินเดือนเขาก็ยื่นให้ค่อนข้างโอเค สถานที่ทำงานก็เดินทางไม่ลำบาก ไปบ่อยมากเมื่อช่วงที่ผ่านมา ฮา
แต่ก็นะ ปัญหาอยู่ที่ว่าเขาจะเอาเรามั้ย ฮาาา
ไม่เป็นไร รอได้ ไม่รีบ ฮา