App Jap Ling

posted on 07 Mar 2011 11:51 by yukibyou

รวมหัวข้อทั้งหมดใน App Jap Ling มาอยู่ในหน้านี้นะคะแทนนะคะ ^^

 

มีหัวข้อ

My Profile                 << ประวัติ จุดแข็ง จุดอ่อน ของตัวเอง
My Goal                    << เป้าหมายที่วางไว้ และเหตุผลของการวางเป้าหมาย
My Rubric                 << หลักการในการประเมิน (ต้องการพัฒนาอะไร วางเป้าไว้ขนาดไหน)
My Evaluation           << ประเมิน (ให้คะแนนตัวเอง)
Content                    << สารบัญ รวมเอนทรี่

 

My Profile

Welcome to my Portfolio
ชื่อ: กนกวรรณ  ตัณฑ์กำเหนิด
รหัสประจำตัว: 514 06012 22

ขณะนี้ศึกษาอยู่ชั้นปี 3 จุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย
สาขาวิชาภาษาญี่ปุ่น

สาเหตุที่เริ่มเรียนภาษาญี่ปุ่น เนื่องมาจากความชอบอนิเมชัน และเพลงประกอบ ทำให้สนใจ และอยากเรียนภาษาญี่ปุ่น เพื่อที่จะเข้าใจ และสามารถติดตามสื่อบันเทิงต่าง ๆ ของญี่ปุ่นต่อไปได้
เมื่อได้เริ่มเรียนภาษาญี่ปุ่นอย่างจริง ๆ จัง ๆ จากเดิมที่สนใจเพียงสื่อบันเทิง และภาษาแล้ว ก็เริ่มสนใจเรื่องวัฒนธรรม ประวัติศาสตร์ ความคิด ความเชื่อ และภาษากับสังคมมากยิ่งขึ้น

โดยสรุปแล้ว จุดประสงค์การเรียนภาษาญี่ปุ่นในปัจจุบัน มีอยู่ 2 ประเด็นหลัก ๆ คือ
๐ เพื่อสามารถอ่านหนังสือ เล่นเกม หรือฟังภาษาญี่ปุ่นโดยตรงได้
๐ เพื่อ(อาจ)นำไปประกอบอาชีพได้ต่อไป

กล่าวรวมทั้งหมดคือ เริ่มต้นเรียนด้วยความชอบ และเรียนต่อมาเรื่อย ๆ เพราะคิดว่าจะสามารถนำเอาสิ่งที่ชอบมาเป็นประโยชน์ต่อตัวเองได้

จุดแข็งภาษาญี่ปุ่นของตัวเอง
ที่จริงแล้ว ข้าพเจ้าคิดว่าตัวเองไม่ค่อยมีหัวเรื่องภาษาสักเท่าไหร่ จึงใช้ภาษาได้ไม่ค่อยดีนัก แต่หากถามว่าจุดแข็งที่สุดสำหรับตัวเองคืออะไรบ้าง ก็อาจจะกล่าวได้ดังต่อไปนี้

๐ ด้านไวยากรณ์ - ในส่วนที่เรียนและจำได้ จะจำค่อนข้างแม่น รวมทั้งคำช่วยต่าง ๆ (แต่ก็ยังมีส่วนที่ผิดอยู่บ้าง และคำช่วยบางคำมีใช้ผิดบ้างกับคำกริยาที่ไม่เคยใช้มาก่อน)

๐ ด้านการวิเคราะห์ความสัมพันธ์กับมนุษย์ เข้าใจความเปลี่ยนแปลงรูปของภาษา (ในระดับหนึ่งเท่านั้น) เช่น การเปลี่ยนเสียง (คล้าย ๆ การกร่อน การกลืนเสียงในภาษาไทย...) การเน้นเสียง-ความรู้สึก การเปลี่ยนรูปตามความสัมพันธ์ หรือภาษาของแต่ละเพศ แต่ว่าใช้เองได้ไม่คล่อง

๐ ไม่ค่อยใช้ภาษาญี่ปุ่นโดยยึดตามภาษาไทย ที่จริงอาจจะมีบ้าง แต่ส่วนมากแล้วไม่ค่อยนึด เพราะจะคิดเนื้อหาคร่าว ๆ แล้วเรียงตามไวยากรณ์ญี่ปุ่นไปเรื่อย ๆ สาเหตุหนึ่งที่เป็นเช่นนั้นอาจเป็นเพราะโดยปกติที่ใช้ภาษาไทยเองก็ไม่ค่อย คิดประโยครวดเดียว แต่จะค่อย ๆ วางคำเรียงกันไปตามไวยากรณ์เช่นกัน ก็เป็นได้

จุดอ่อนภาษาญี่ปุ่นของตัวเอง
๐ ไม่สามารถพูดเล่าเรื่องยาว ๆ ที่เป็นลำดับต่อเนื่องกันได้ - เพราะผลจากทักษะการใช้ภาษา แม้ว่าจะเป็นภาษาแม่เอง ก็มีปัญหา เมื่อต้องใช้ภาษาอื่น จึงทำให้ต้องใช้เวลานานในการคิดว่า จะพูดอะไร หรือนึกเป็นภาพคร่าว ๆ ถึงสิ่งที่จะพูด และเมื่อใช้เวลาในการคิดนานแล้ว ก็จะทำให้ลืมว่าประโยคข้างหน้าพูดอะไรไปแล้วบ้าง ทำให้เกิดความสับสน

๐ รู้คำศัพท์น้อย ทำให้มักจะใช้คำศัพท์ซ้ำ ๆ เดิม ๆ ในการแต่งประโยค

๐ ไม่สามารถเลือกใช้คำที่เหมาะสมได้ จากคำที่มีความหมายใกล้เคียงกัน ทั้ง ๆ ที่คำแต่ละคำ มีบริบทที่สามารถใช้ได้ต่างกัน

๐ อ่านประโยคยาว ๆ แล้วไม่เข้าใจความหมาย กล่าวคือ บางครั้งไม่สามารถเข้าใจได้ว่าส่วนไหนขยายส่วนไหน ทำให้สับสน หรือเข้าใจผิดไป -ส่วนหนึ่งอาจจะมีสาเหตุจากที่ปกติไม่ค่อยอ่านหนังสือ ทำให้เมื่ออ่านประโยคยาว ๆ แล้วไม่มีสมาธิพอที่จะจำคำแต่ละคำ และตำแหน่งการขยาย พออ่านผ่านไปแล้ว ทำให้ลืมสิ่งที่อ่านไป แล้วไม่พยายามพอที่จะทำความเข้าใจ

๐ ไม่สามารถปรับระดับภาษาได้ทันทีทันใด เพราะเป็นคนคิดเป็นคำช้า ถ้าพูดออกมาทันทีคือพูดตามความเคยชิน หรือได้ยินบ่อยจนติด และไม่สามารถพูดภาษาที่เป็นทางการได้ สาเหตุหนึ่งอาจเป็นเพราะทักษะการใช้ภาษา ที่แม้แต่ภาษาไทยก็ยังไม่สามารถปรับเปลี่ยนให้เป็นทางการได้ และอาจเพราะความไม่เคยชิน

๐ จำคำประเภทคำเชื่อม คำวิเศษณ์ไม่ได้ จึงไม่สามารถใช้ภาษาญี่ปุ่นได้อย่างเป็นธรรมชาติ

---------

 

 My Goal

 จุดมุ่งหมายของการศึกษา 

       สืบเนื่องจากจุดอ่อนของตัวเอง ที่ไม่สามารถเล่าเรื่องยาว ๆ เป็นลำดับเหตุการณ์ได้ ทั้งในการพูดและการเขียน จึงอยากจะพัฒนาการเล่าเรื่องของตัวเองให้เข้าใจง่ายขึ้น และเป็นไปอย่างธรรมชาติมากขึ้น ทั้งในเรื่องของไวยากรณ์ คำเชื่อม เป็นต้น

 My Rubric

 หลักในการประเมิน

1. ลำดับการเล่าเรื่องดีขึ้น 
         1.1  ไม่เร็วเกินไป-ไม่ยืดเกินไป
         1.2  ลำดับทำให้เรื่องสนุก...มีอารมณ์ขึ้น-ลง

2. เป็นธรรมชาติมากขึ้น
         2.1 ด้านไวยากรณ์
         2.2 ด้านคำศัพท์
         2.3 คำเชื่อม
                                                  >>> โดยใช้ให้ถูกต้อง  เหมาะสม ให้ภาพ
3. เหมาะสมกับสถานการณ์
        ดูจาก 
             - เล่าให้ใครฟัง
             - เล่าโดยวิธีไหน
             - เรื่องอารมณ์ใด 

 My Evaluation

เอาล่ะ งั้นต้ิองมาสรุปกันอีกรอบ กับพัฒนาการการเปลี่ยนแปลงทั้งหมดทั้งมวล!!!
(Copyแปะจาก สรุปรวมพัฒนาการ(?) ค่ะ)
เอนทรี่ 1 (สิ่งแรกที่ติดตัวมา)
 เขียนอย่างเร่งรีบ เพื่อจะเอาไปพูดในห้อง
 พยายามคิดหาเรื่อง เลยได้แต่โครงเรื่อง และจุดที่เรียกว่าเป็นเรื่องประเภทไหน
 เล่าอย่างรวดเร็ว เพื่อจะบอกว่า รู้สึกดีใจ เสียใจ เพราะอะไร
 เป็นการเล่าโดยมีคนฟัง แต่ไม่เปิดโอกาสให้อีกฝ่ายพูดอะไรเลย
 พยายามเล่าให้สั้น? จนคนฟังไม่รู้รายละเอียด และไม่เข้าใจจุดประสงค์ (ความรู้สึก)ที่พูดสักเท่าไหร่
 ส่วนมากจะขึ้นต้นด้วยว่า เมื่อไหร่ แต่ไม่ได้ขึ้นต้นด้วยว่า กำลังจะพูดเรื่องอะไร
 บอกว่ารู้สึกยังไงในตอนจบ
เอนทรี่ 2 (ความพยายามหลังจากรู้ว่าครั้งแรกมันแย่!)
 พยายามทำให้เป็นบทสนทนามากขึ้น
 พยายามมีช่องว่างให้อีกฝ่ายสามารถโต้ตอบได้
 พยายามใส่อารมณ์มากขึ้น
 พยายามเรียกร้องความสนใจ(?) + บอกว่าจะพูดเรื่องอะไร ทำให้คนฟังรู้ว่าจะพูดเกี่ยวกับอะไร และสนใจมากขึ้น
 พยายามเล่าให้ละเอียด และเป็นลำดับขึ้น (แต่ว่าก็ยังน้อยไป) ยังมีงง ๆ อยู่บ้าง
 เพิ่มความรู้สึก และความคิดเห็นของตัวเองลงไปอีก
เอนทรี่ 3 และ 4 (สุดตัว!)
 พยายามเขียนให้ยาวเหมือนไดอารี่ ให้มีคนอ่าน มากกว่าคนฟัง (รู้สึกตั้งใจให้เป็นการเขียนมากจนกลายเป็นไดอารี่จริง ๆ ซะด้วย)
 คงเพราะเสพ Input ที่เป็นไดอารี่
 รู้สึกได้เลยว่าตัวเองเขียนได้เป็นธรรมชาติมากขึ้น
 พยายามลำดับการเขียนเรื่อง โดยนึกภาพในหัว ค่อย ๆ ให้รายละเอียดกับคนอ่าน
 พยายาม คิดว่ากำลังเขียนภาษาตัวเอง (จะได้ไม่เกร็งมาก..รู้สึกว่าการมี意識เป็นเรื่องที่ดี แต่บางทีไม่ควรกังวลมากเกินไปว่าจะเขียนอะไร...คิดว่าควรจะมี意識กับไวยากรณ์ ศัพท์ฯลฯมากกว่า)(จะว่าไป เขียนเองงงเอง๕๕)
 มีเหตุ มีผล (เช่นเหตุการณ์ ฯลฯ) รองรับ
 พยายามทำให้คนอ่านรู้สึกตามให้ได้!

สิ่งที่ยังคงต้องพยายามปรับปรุง ((มันยังไม่ดีนั่นแหละ))
คำ เชื่อม... เพราะตัวเองไม่แน่ใจ บางทีเลยเลี่ยงใช้ หันไปหาวิธีการเขียนแบบอื่น ซึ่งทดแทนกันได้ไม่เกิน50% (ในความรู้สึก) ถ้าสามารถเลือกใช้คำเชื่อมได้ดีกว่านี้ ก็น่าจะดีขึ้น
ระดับ ภาษา...คิดว่าเป็นเพราะความเคยชิน คิดอะไรก็เขียน ๆ แล้วด้วยก็ความไม่ชำนาญ...ระดับภาษาบางอย่างคงต้องเก่งมากจริง ๆ ถึงจะรู้ว่าแบบไหนเป็นธรรมชาติหรือเปล่า
คิดว่าน่าจะทำได้มากกว่านี้นะ  ถ้าพยายามต่อไปเรื่อยๆ!!

 

 

Content

Task

My Japanese - Task 1 (フラメンコギター)

My Japanese - Task 2 それは秘密です。

My Japanese - CEFR (自己評価)

My Japanese - Task 3 志望理由書

My Japanese - Task 3 志望理由書 (最終回)

My Japanese - Task 3 (最終回の)志望理由書と(最終回の)Reflection!

My Japanese - Task 4 (感想)จดหมายรัก!

My Japanese - Task 4 (感想)จดหมายรัก!#2

My Japanese - Task4 (ประจานตน)เช็ค 副助詞 จาก 「จดหมายรัก」?!

My Japanese - Task 6 苦情

 

My 'Telling Story in Japanese'

My Japanese - 6つの話 (รอบแรก)

My Japanese - 6つの話 (ต่อ...)

My Japanese - 4コマ (11月、会話の授業)

(นอกประเด็น แต่ข้างเคียง) - ขบคิด...ทำยังไงให้ผ่านพ้นการสอบเล่าเรื่องไปได้ด้วยดี?

My Japanese - 話し方?!

My Japanese - おもしろく話すコツ...ありますか?

My Japanese - 映画の好きなシーン

My Japanese - 日本人が書いた話を...読んでみましょうか?#1

My Japanese - 日本人が書いた話を...読んでみましょうか?#2

My Japanese - Another Input before My own Output!

My Japanese - 私のうれしかったこと

My Japanese - 私の悲しかったこと

สรุปรวมพัฒนาการ(?)

 

ETC 

[Etc=เวิ่นเว้อ] หยุดกีฬามหา'ลัย ฟุ้งซ่านนักก็อัพบล็อคละก๊า~

[etc]油売るとは?

[etc] ระหว่างแปลบทละครวิชา ReadingII

App Jap Lingに対しての感想^^  **Updated 2011/03/17