สรุปรวมพัฒนาการ(?)
posted on 27 Feb 2011 16:03 by yukibyou in Telling-Story-in-Japaneseได้เวลามาดูงานกันแล้วค่ะ 

โอเค

เราจะมาสรุปรวมก่อนว่าผลงานที่เกิดขึ้นมีอะไรบ้าง
ก่อนอื่น หน้ารวมสารบัญทั้งหมดอยู่ที่นี่นะคะ
My Japanse จาก My Goal จะอยู่ใน My 'Telling Story in Japanese' ค่ะ
ซึ่งได้ไฮไลท์แยกไว้เป็น 3 สีใหญ่ ๆ
- สีเหลือง ⇒ Output
- สีฟ้า ⇒ Input
- สีส้ม ⇒ Process (พยายามคิดเอง) (เรียกว่าอะไรดีนะ?)
แต่ก็จะเห็นบางอันที่มี่สองสี คือ
ทั้งสีเหลืองกับสีฟ้า นั่นคือ ⇒ Output+Input (ในความรู้สึกของตัวเองนะคะ)
อย่าง ((จิ้มได้ค่ะ))
เป็นสองงานที่ได้ทำในวิชา 会話4 แล้วก็ได้รับคอมเม้นท์มาค่ะ
แต่ก็ไม่ได้ตรงกับ My Goal 100% แค่มีส่วนในเรื่องการเล่า หรือโครงเล็กน้อยค่ะ ว่าทำยังไงให้คนฟัง/อ่านเข้าใจ
จะเรียกว่าเป็น เกล็ดความรู้ หรือทริคเล็ก ๆ ก็น่าจะได้ค่ะ 

แต่ที่กำลังจะพูดเปรียบเทียบดูพัฒนาการ คงจะเป็นเอนทรี่ดังต่อไปนี้ค่ะ
((จิ้มได้ค่ะ))
((จิ้มได้ค่ะ))อันที่ 1) เป็นอันแรกที่เขียนอย่างรีบ ๆ ..นึกไรออกก็ยัด ๆ ไป ไม่ได้ใส่ใจเท่าไหร่ค่ะ (เอาเป็นว่ามันแย่เลยล่ะ)
อันที่ 2) เป็นอันที่เอา 1) มาแก้ ด้วย 意識 มากกว่าเดิม (ด้วยเหตุผลตาม > (นอกประเด็น แต่ข้างเคียง) - ขบคิด...ทำยังไงให้ผ่านพ้นการสอบเล่าเรื่องไปได้ด้วยดี? ...อันนี้เขียนก่อน2)นะคะ แต่เอา 2)ขึ้นบนเพื่อให้มันเรียงกันสวย ๆ ๕๕๕) แล้วมีเปลี่ยนเรื่องบ้าง เพราะคิดว่ามันอาจจะดีขึ้น
อันที่ 3) 4) จะเป็นอันที่คิด+เขียนใหม่ค่ะ อันนี้(ควร= =")จะ 意識 เต็ม ๆ

เอา My Japanese - 私のうれしかったこと ไปให้เพื่อน ๆ อ่าน ((จิ้มได้ค่ะ))
(แต่ไม่ได้เอา 1)กับ 2) ไปให้อ่านนะคะ เห็นเพื่อน ๆ วุ่นกันอยู่ T^T)
ณฐพ บอกว่า "คิโมจิวะคัตเตะรุโยะ ฮืออ 555 ดีมากจ้ะ เห็นภาพดี แต่เราว่าประโยคそれを読んで、この女性は幸せで泣いて寮に帰りました。มันแปลกๆยังไงก็ไม่รู้สิ เหมือนกับไม่ได้พูดเรื่องของตัวเองอยู่เลยอ่ะ" แล้วก็ลองถามว่า มีปัญหา งงเรื่องมั้ย ณฐพตอบว่า "ไม่มีจ้า โอเคเลย"
ส่วน jibi_ai บอกว่า "เล่าออกมาดีนะ ไมู่้รู้คนอื่นคิดยังไง แต่เราอ่านแล้วตื่นเต้นไปด้วยอ่ะ 55555 "
แต่
"- ภาษาไม่นิ่ง มีหลายระดับปนกันมาก อ่านแล้วแอบงงๆ.... มีทั้ง のです รูป ます รูปธรรมดา รูปแบบเีขียนรายงาน....
-เชื่อมกันมึนไปหน่อยบางจุด... รู้สึกยังไม่ค่อยเชื่อมเป็นเรื่องเป็นราว คล้ายพูดมากกว่าเขียน"
แต่
"- ภาษาไม่นิ่ง มีหลายระดับปนกันมาก อ่านแล้วแอบงงๆ.... มีทั้ง のです รูป ます รูปธรรมดา รูปแบบเีขียนรายงาน....
-เชื่อมกันมึนไปหน่อยบางจุด... รู้สึกยังไม่ค่อยเชื่อมเป็นเรื่องเป็นราว คล้ายพูดมากกว่าเขียน"
พี่ Hakuren บอกว่า "อ่านแล้วสนุกนะ ลำดับเรื่องได้ดี อ่านแล้วก็ลุ้นตาม เข้าใจเรื่องราวได้ค่อนข้างชัดเจน
แต่ก็อย่างที่จิ๊บว่า เหมือนภาษาพูดมากกว่าภาษาเขียน ใช้รูปสุภาพ แต่รู้สึกเหมือนอ่านสคริปต์อยู่ (แต่พี่ก็ไม่แน่ใจว่าตั้งใจให้ออกมาเป็นแบบบทพูดอยู่แล้วหรือเปล่า นะ)ไวยากรณ์มีผิดบ้าง
แต่โดยรวมแล้วถือว่าดีนะ เทียบกับที่เคยทำๆTaskอันแรกกันไป ดีกว่ามาก มีเมตาเก็งโกะด้วย
good job จ้ะ"
แต่ก็อย่างที่จิ๊บว่า เหมือนภาษาพูดมากกว่าภาษาเขียน ใช้รูปสุภาพ แต่รู้สึกเหมือนอ่านสคริปต์อยู่ (แต่พี่ก็ไม่แน่ใจว่าตั้งใจให้ออกมาเป็นแบบบทพูดอยู่แล้วหรือเปล่า นะ)ไวยากรณ์มีผิดบ้าง
แต่โดยรวมแล้วถือว่าดีนะ เทียบกับที่เคยทำๆTaskอันแรกกันไป ดีกว่ามาก มีเมตาเก็งโกะด้วย
good job จ้ะ"

มาสรุปการประเมินจากความคิดเห็นข้างบนกัน
สิ่งที่พัฒนา และเหตุผล
ลำดับเรื่องดีขึ้น
คงเพราะมีสติมากขึ้น แล้วก็ใช้ความคิดมากขึ้นว่าจะเล่าอะไร ใจเย็นขึ้นว่าควรจะค่อย ๆ เล่า
เล่าดีขึ้น คนอ่านสามารถเข้าใจอารมณ์ได้...
อันนี้คงน่าจะเป็นเพราะว่าเป็นเรื่องที่สามารถเล่าให้รู้สึกตามได้ แล้วก็เป็นเพราะค่อย ๆ เล่าโดยเก็บรายละเอียดในส่วนที่ควรจะเล่า
รายละเอียดชัดเจนขึ้น
ส่วนนึงคงเป็นเพราะ 意識 ด้วยปัญหา และสาเหตุ
ภาษาหลายระดับ...
อันนี้คิดว่าคงเป็นเพราะมัวแต่คิดเรื่องลำดับการเล่า พอนึกได้ก็เขียน ๆ ไปจนลืมเรื่องระดับของภาษา หรือบางครั้งก็ใช้ไปด้วยความเคยชิน และรู้สึกว่าอยากจะใช้ เพราะบางทีไม่แน่ใจว่าในการเล่าเรื่องใช้ภาษาระดับไหนจะดีกว่ากัน
เชื่อมไม่ค่อยดี...
อันนี้ก็รู้สึกเหมือนกัน โดยเฉพาะคำเชื่อมไม่ค่อยมี ตอนเขียนสงสัยบ้างว่าจะใช้คำเชื่อมไหนดี...แต่สุดท้ายกลายเป็นเลี่ยงไปเลยก็มี แล้วจะพยายามหารูปประโยคที่สามารถไปด้วยกันได้มาเขียน (แต่ก็ไม่ทำให้เชื่อมได้ดีขึ้นอย่างที่ควรจะเป็น)

หลังจากนั้นก็ลองเขียน My Japanese - 私の悲しかったこと ดูค่ะ TwT ((จิ้มได้ค่ะ))
(พยายามมาก เพราะหมดพลังไปกับอันบนแล้ว ๕๕๕๕)
(และมัน Absurd มาก = =")
jibi_ai บอกว่า "อ่านแล้วเข้าใจดี มีติดอยู่ประโยคนึงที่ทักไปแล้ว>> เรางงประโยคนี้อ่ะสีส้ม 親がついこの娘が帰ってきたのを忘れただけだと分かったのに泣き出してしまいました。 มันคือ ~のを忘れたと分かっただけで、泣き出してしまいました。 รึเปล่า?? หรือเราเข้าใจผิด..." <<< อันนี้จริง ๆ ตั้งใจจะบอกว่า "ทั้งที่เข้าใจว่า~~แต่ก็ร้องไห้" .... แสดงว่ามีปัญหาเรื่องโครงสร้างประโยค
แล้วก็ "それを聞いて、ま、バカだな、わたし <---- ถ้าเล่าเรื่อง น่าจะมีต่อจากนี้นิดนึง.. เป็น って、と หรือ と思った อะไรแบบนี้อ่ะ ไม่งั้นจะดูเหมือนพูดคนเดียว "

มาสรุปการประเมินจากความคิดเห็นข้างบนกัน
สิ่งที่พัฒนา และเหตุผล
หลัก ๆ ก็เหมือนกับเรื่อง 嬉しかった (เล่นง่ายยยย ๕๕๕)
อาจจะคิดไปเอง แต่รู้สึกว่า น่าจะเขียนจบได้ดีกว่านี้...(เหมือนขาดอะไร)
ไม่รู้จะจบยังไงให้ดีที่สุดปัญหา และสาเหตุ
โครงสร้างประโยค
เรียงลำดับประโยคแปลก?
คิดว่าอันนี้ก็มีปัญหาเรื่องระดับภาษา...แต่คิดว่าน่าจะดีกว่าอัน 嬉しかった
เพราะพออ่านเม้นท์จาก 嬉しかった แล้วทำให้ระวังมากขึ้น(นิดนึง)






เอาล่ะค่ะ ของเทพอยู่ต่อจากนี้!!! 

สโนวี่ได้ไปรบกวนขอความช่วยเหลือจากพี่รหัสคนสวยให้มาช่วยดูงานให้
แน่นอนค่ะ... พี่ติ๊บสวย!! นั่นเองงง!!! > w < !! เย่!!
พี่ติ๊บช่วยดูให้ทั้ง 4เอนทรี่เลยค่ะ
แต่ 2 เอนทรี่แรกก็จะดูที่ 嬉しかったこと กับ 悲しかったこと (เพื่อไม่ให้เสียเวลา)
แล้วปรากฏว่าพี่วิจารณ์มาให้เมพมาก!! =o=!
จึงต้องขออนุญาติแปะข้อความทั้งหมดของคุณพี่นะคะ TwT เพื่อจะได้เห็นการอุทิศที่พี่มีให้เพื่อเด็กตาดำ ๆ
งั้นแปะโลด!! 

ก่อนอื่นพูดถึงพัฒนาการเปลี่ยนแปลงแต่ละอันก่อน
เอนทรี่หลังๆ ใช้ภาษาได้ดีกว่าอันแรกๆมากเลย ทั้งเค้าโครง อ่านแล้วคล้อยตามกว่า ภาษาไม่แข็ง
เป็นเหมือนคนคุยกันปกติ
แต่ถ้าให้เปรียบเทียบพัฒนาการจริงๆ คงยากเพราะว่าแต่ละครั้งไม่ได้เขียนเรื่องเดียวกัน และความยาวก็ไม่เท่ากัน
และเขียนเอนทรี่ยังไงมันก็เป็นการเขียน บางทีก็นึกภาพไม่ออกว่าเวลาพูดแล้วเป็นไง ไม่รู้ว่าเล่าใส่อารมณ์ยังไงไรงี้
ทีนี้จะลองวิเคราะห์แต่ละอันนะจ๊ะ
อันแรก เหมือนเป็นการตั้งใจเขียนมาพูด ไม่เป็นธรรมชาติเท่าไหร่ การเชื่อมโยงแต่ละประโยคอาจดูงงๆ นิดหน่อย
พี่ลองแบ่งโครงสร้างประโยคแต่ละอันดูเอาเฉพาะ 嬉しかったこと กับ 悲しかったこと นะ
嬉しかったこと:เรื่องที่เป็น fact(เหตุการณ์ที่จะเกิดขึ้น)→บอกว่าเราก็ไปร่วมเหตุการณ์ที่เกิดขึ้นด้วย→สรุปว่าดีใจ
悲しかったこと:เกิดเรื่องขึ้นในสถานการณ์ไหน→เรื่องที่เป็น fact→บอกว่าสถานการณ์ตอนนี้ก็เป็นเหมือน fact→เล่าเรื่องสถานการณ์ตอนนี้→สรุปว่าเศร้า
อันที่ 2 ถ้าเทียบกับอันแรกแล้ว เป็นธรรมชาติกว่ามากๆ อ่านแล้วเหมือนเป็นบทสนทนาจริงๆ มีคำที่พูดกับคู่สนทนาให้เขามีส่วนร่วมด้วยทีนี้ลองดูโครงสร้าง
嬉しかったこと:บอกว่ามีเรื่องดีใจ→บอกไว้ก่อนว่าไม่ใช่เรื่องดีใจทั่วไป,บอกเรื่องที่ดีใจ→เล่าเหตุการณ์→มาสรุปอีกทีว่าทำไมถึงเป็นเรื่องดีใจถ้าเปรียบเทียบกับอันแรก อันนี้ดีมากๆที่มีบอกก่อนว่าเป็นเรื่องดีใจ เพราะเหมือนเป็นการบอกผู้ฟังไว้ว่า เออเนี่ยเราจะคุยเรื่องนี้นะ
และบอกว่า ไม่ใช่เรื่องดีใจทั่วไป ก็ทำให้น่าสนใจฟังมากขึ้น แล้วพอมาสรุปก็จะทำให้ผู้ฟังเข้าใจได้ว่าเพราะอย่างงี้นี่เองไรงี้
悲しかったこと:เรียกความสนใจผู้ฟัง→บอกเรื่องเสียใจโดยสรุป→เรื่องที่เป็น fact→เล่าเรื่องสถานการณ์ตอนนี้→สรุปว่าเศร้าและหาวิธีแก้อันนี้ก็เหมือนกัน มีการพูดที่เรียกความสนใจจากผู้ฟังได้ดีกว่าครั้งแรก คือมีใส่ 聞いてくれるかな เข้าไปและมีบอกว่าต่อจากนี้จะแก้ปัญหายังไง
ซึ่งพี่ว่าเป็นธรรมชาติของบทสนทนามากๆ นะเหมือนไม่ได้จบแค่ว่าเศร้าไรงี้
อันที่ 3 ก่อนอื่นขอแซวก่อน แหมมมมมมมมมมมมมมมมมมม 55
อันที่ 3 กับ
4 เนี่ย พี่อ่านๆแล้วเหมือนเป็นการเขียนบล็อก ไม่ใช่แนวแบบเล่าเรื่องให้ฟังต่อหน้าซึ่งต้องคิดถึงคู่สนทนาเป็นหลักพูดรวมๆ ละกันว่าในทั้งสองอันถึงแม้จะมีเขียนทั้งรูปปัจจุบันและอดีต
ในความเห็นพี่ มันไม่ได้ผิดเลยนะ เพราะนิยายญี่ปุ่นส่วนใหญ่ก็เป็นอย่างงี้ เรื่องอดีตบางทีก็ใช้รูปปัจจุบัน
อันนี้พี่ว่าน้องเก่งมากๆ แล้วใช้ได้อย่างเป็นธรรมชาติมากเลยแหละ
อืมม วิเคราะห์โครงสร้างแต่ละอัน
嬉しかったこと:บอกว่าเกิดขึ้นเมื่อไหร่→เล่าเหตุการณ์และเรื่องที่กังวล→บอกเหตุผลที่กังวล→บอกความมุ่งมั่นว่ายังไงก็จะทำ→เล่าเหตุการณ์ตามเวลา→บอกว่าเหมือนฝัน (ซึ่งก็เปรียบเทียบว่ามีความสุขมากไ้ด้ดี)
悲しかったこと:บอกว่าเกิดขึ้นเมื่อไหร่→บอกเรื่องที่เป็น fact→เล่าเหตุการณ์ตามเวลา→เปลี่ยนไปเล่าเรื่องเพื่อนแล้วสรุป2 เอนทีรี่นี้ก็อ่านแล้วเป็นธรรมชาตินะ โครงสร้างประโยคแต่ละอันอาจไม่เหมือนกันแต่ 話の流れ ก็ดี
ไม่ได้อ่านแล้วรู้สึก เอ๊ะ อะไรอย่างงี้ แล้วก็สนุกนะ ทำให้คนคล้อยตามดีใจหรือเศร้าตามด้วยอะ
โอ้วแล้วมีเรื่องที่ติดใจอยู่นิดหน่อยคือคำลงท้ายประโยค よ、ね、の
เหมือนใช้ の เยอะอ่ะ มันก็ไม่ได้ผิดอะไรหรอกนะ แต่ปกติพี่ไม่ค่อยใช้เลยรู้สึกไม่ค่อยชินอ่ะ
แล้วก็ตอนที่จะพูดเรื่องที่ผู้สนทนารู้อยู่แล้ว หรือพูดลอยๆ น่าจะใช้ よね มากกว่า ね นะ เรื่องนี้ก็ยากนะ
จากพี่คนสวย
เห็นไหมคะ? TwT พี่ทำเพื่อน้องมาก ๆ ยิบเลย มาเป็นขั้นเป็นตอน ซะสึกะมาก ๆ !!
ทำให้เราได้เห็นความแตกต่าง พัฒนาการ ความเปลี่ยนแปลง (ฯลฯ) ตามมุมมองเมพ ๆ ของพี่ติ๊บด้วยย TwT

เอาล่ะ งั้นต้ิองมาสรุปกันอีกรอบ กับพัฒนาการการเปลี่ยนแปลงทั้งหมดทั้งมวล!!!

เอนทรี่ 1 (สิ่งแรกที่ติดตัวมา)
เขียนอย่างเร่งรีบ เพื่อจะเอาไปพูดในห้อง
พยายามคิดหาเรื่อง เลยได้แต่โครงเรื่อง และจุดที่เรียกว่าเป็นเรื่องประเภทไหน
เล่าอย่างรวดเร็ว เพื่อจะบอกว่า รู้สึกดีใจ เสียใจ เพราะอะไร
เป็นการเล่าโดยมีคนฟัง แต่ไม่เปิดโอกาสให้อีกฝ่ายพูดอะไรเลย
พยายามเล่าให้สั้น? จนคนฟังไม่รู้รายละเอียด และไม่เข้าใจจุดประสงค์ (ความรู้สึก)ที่พูดสักเท่าไหร่
ส่วนมากจะขึ้นต้นด้วยว่า เมื่อไหร่ แต่ไม่ได้ขึ้นต้นด้วยว่า กำลังจะพูดเรื่องอะไร
บอกว่ารู้สึกยังไงในตอนจบ
เอนทรี่ 2 (ความพยายามหลังจากรู้ว่าครั้งแรกมันแย่!)
พยายามทำให้เป็นบทสนทนามากขึ้น
พยายามมีช่องว่างให้อีกฝ่ายสามารถโต้ตอบได้
พยายามใส่อารมณ์มากขึ้น
พยายามเรียกร้องความสนใจ(?) + บอกว่าจะพูดเรื่องอะไร ทำให้คนฟังรู้ว่าจะพูดเกี่ยวกับอะไร และสนใจมากขึ้น
พยายามเล่าให้ละเอียด และเป็นลำดับขึ้น (แต่ว่าก็ยังน้อยไป) ยังมีงง ๆ อยู่บ้าง
เพิ่มความรู้สึก และความคิดเห็นของตัวเองลงไปอีก
เอนทรี่ 3 และ 4 (สุดตัว!)
พยายามเขียนให้ยาวเหมือนไดอารี่ ให้มีคนอ่าน มากกว่าคนฟัง (รู้สึกตั้งใจให้เป็นการเขียนมากจนกลายเป็นไดอารี่จริง ๆ ซะด้วย)
คงเพราะเสพ Input ที่เป็นไดอารี่
รู้สึกได้เลยว่าตัวเองเขียนได้เป็นธรรมชาติมากขึ้น
พยายามลำดับการเขียนเรื่อง โดยนึกภาพในหัว ค่อย ๆ ให้รายละเอียดกับคนอ่าน
พยายามคิดว่ากำลังเขียนภาษาตัวเอง (จะได้ไม่เกร็งมาก..รู้สึกว่าการมี意識เป็นเรื่องที่ดี แต่บางทีไม่ควรกังวลมากเกินไปว่าจะเขียนอะไร...คิดว่าควรจะมี意識กับไวยากรณ์ ศัพท์ฯลฯมากกว่า)(จะว่าไป เขียนเองงงเอง๕๕)
มีเหตุ มีผล (เช่นเหตุการณ์ ฯลฯ) รองรับ
พยายามทำให้คนอ่านรู้สึกตามให้ได้!สิ่งที่ยังคงต้องพยายามปรับปรุง ((มันยังไม่ดีนั่นแหละ))
คำเชื่อม... เพราะตัวเองไม่แน่ใจ บางทีเลยเลี่ยงใช้ หันไปหาวิธีการเขียนแบบอื่น ซึ่งทดแทนกันได้ไม่เกิน50% (ในความรู้สึก) ถ้าสามารถเลือกใช้คำเชื่อมได้ดีกว่านี้ ก็น่าจะดีขึ้น
ระดับภาษา...คิดว่าเป็นเพราะความเคยชิน คิดอะไรก็เขียน ๆ แล้วด้วยก็ความไม่ชำนาญ...ระดับภาษาบางอย่างคงต้องเก่งมากจริง ๆ ถึงจะรู้ว่าแบบไหนเป็นธรรมชาติหรือเปล่า
คิดว่าน่าจะทำได้มากกว่านี้นะ ถ้าพยายามต่อไปเรื่อยๆ!!





>>