Telling-Story-in-Japanese

ได้เวลามาดูงานกันแล้วค่ะ
โอเค
 
เราจะมาสรุปรวมก่อนว่าผลงานที่เกิดขึ้นมีอะไรบ้าง
ก่อนอื่น หน้ารวมสารบัญทั้งหมดอยู่ที่นี่นะคะ
Content  ((จิ้มได้ค่ะ)) >> App Jap Ling (เปลี่ยนเพจเป็นอันนี้แทนแล้วค่ะ...อยู่ล่างสุดของเพจนะ)
 
My Japanse จาก My Goal จะอยู่ใน My 'Telling Story in Japanese' ค่ะ
ซึ่งได้ไฮไลท์แยกไว้เป็น 3 สีใหญ่ ๆ
- สีเหลือง Output
- สีฟ้า Input
- สีส้ม Process (พยายามคิดเอง) (เรียกว่าอะไรดีนะ?)
 
แต่ก็จะเห็นบางอันที่มี่สองสี คือ
ทั้งสีเหลืองกับสีฟ้า นั่นคือ ⇒ Output+Input (ในความรู้สึกของตัวเองนะคะ)
 
อย่าง ((จิ้มได้ค่ะ))
เป็นสองงานที่ได้ทำในวิชา 会話4 แล้วก็ได้รับคอมเม้นท์มาค่ะ
แต่ก็ไม่ได้ตรงกับ My Goal 100% แค่มีส่วนในเรื่องการเล่า หรือโครงเล็กน้อยค่ะ ว่าทำยังไงให้คนฟัง/อ่านเข้าใจ
จะเรียกว่าเป็น เกล็ดความรู้ หรือทริคเล็ก ๆ ก็น่าจะได้ค่ะ
 
แต่ที่กำลังจะพูดเปรียบเทียบดูพัฒนาการ คงจะเป็นเอนทรี่ดังต่อไปนี้ค่ะ ((จิ้มได้ค่ะ))
 
อันที่ 1) เป็นอันแรกที่เขียนอย่างรีบ ๆ ..นึกไรออกก็ยัด ๆ ไป ไม่ได้ใส่ใจเท่าไหร่ค่ะ (เอาเป็นว่ามันแย่เลยล่ะ)
อันที่ 2) เป็นอันที่เอา 1) มาแก้ ด้วย 意識 มากกว่าเดิม (ด้วยเหตุผลตาม > (นอกประเด็น แต่ข้างเคียง) - ขบคิด...ทำยังไงให้ผ่านพ้นการสอบเล่าเรื่องไปได้ด้วยดี? ...อันนี้เขียนก่อน2)นะคะ แต่เอา 2)ขึ้นบนเพื่อให้มันเรียงกันสวย ๆ ๕๕๕) แล้วมีเปลี่ยนเรื่องบ้าง เพราะคิดว่ามันอาจจะดีขึ้น
อันที่ 3) 4) จะเป็นอันที่คิด+เขียนใหม่ค่ะ อันนี้(ควร= =")จะ 意識 เต็ม ๆ
 
 
เอา My Japanese - 私のうれしかったこと ไปให้เพื่อน ๆ อ่าน ((จิ้มได้ค่ะ))
(แต่ไม่ได้เอา 1)กับ 2) ไปให้อ่านนะคะ เห็นเพื่อน ๆ วุ่นกันอยู่ T^T)
 
ณฐพ บอกว่า "คิโมจิวะคัตเตะรุโยะ ฮืออ 555 ดีมากจ้ะ เห็นภาพดี แต่เราว่าประโยคそれを読んで、この女性は幸せで泣いて寮に帰りました。มันแปลกๆยังไงก็ไม่รู้สิ เหมือนกับไม่ได้พูดเรื่องของตัวเองอยู่เลยอ่ะ" แล้วก็ลองถามว่า มีปัญหา งงเรื่องมั้ย ณฐพตอบว่า "ไม่มีจ้า โอเคเลย"
 
ส่วนบอกว่า "เล่าออกมาดีนะ ไมู่้รู้คนอื่นคิดยังไง แต่เราอ่านแล้วตื่นเต้นไปด้วยอ่ะ 55555 "
แต่
"- ภาษาไม่นิ่ง มีหลายระดับปนกันมาก อ่านแล้วแอบงงๆ....  มีทั้ง のです รูป ます รูปธรรมดา รูปแบบเีขียนรายงาน....
-เชื่อมกันมึนไปหน่อยบางจุด... รู้สึกยังไม่ค่อยเชื่อมเป็นเรื่องเป็นราว คล้ายพูดมากกว่าเขียน"
 
 
พี่ Hakuren บอกว่า "อ่านแล้วสนุกนะ ลำดับเรื่องได้ดี อ่านแล้วก็ลุ้นตาม เข้าใจเรื่องราวได้ค่อนข้างชัดเจน

แต่ก็อย่างที่จิ๊บว่า เหมือนภาษาพูดมากกว่าภาษาเขียน ใช้รูปสุภาพ แต่รู้สึกเหมือนอ่านสคริปต์อยู่ (แต่พี่ก็ไม่แน่ใจว่าตั้งใจให้ออกมาเป็นแบบบทพูดอยู่แล้วหรือเปล่า นะ)ไวยากรณ์มีผิดบ้าง

แต่โดยรวมแล้วถือว่าดีนะ เทียบกับที่เคยทำๆTaskอันแรกกันไป ดีกว่ามาก มีเมตาเก็งโกะด้วย
good job จ้ะ"
 
 
มาสรุปการประเมินจากความคิดเห็นข้างบนกัน
 
สิ่งที่พัฒนา และเหตุผล
 ลำดับเรื่องดีขึ้น คงเพราะมีสติมากขึ้น แล้วก็ใช้ความคิดมากขึ้นว่าจะเล่าอะไร ใจเย็นขึ้นว่าควรจะค่อย ๆ เล่า
 เล่าดีขึ้น คนอ่านสามารถเข้าใจอารมณ์ได้... อันนี้คงน่าจะเป็นเพราะว่าเป็นเรื่องที่สามารถเล่าให้รู้สึกตามได้ แล้วก็เป็นเพราะค่อย ๆ เล่าโดยเก็บรายละเอียดในส่วนที่ควรจะเล่า
  รายละเอียดชัดเจนขึ้น ส่วนนึงคงเป็นเพราะ 意識 ด้วย
 
ปัญหา และสาเหตุ
  ภาษาหลายระดับ...อันนี้คิดว่าคงเป็นเพราะมัวแต่คิดเรื่องลำดับการเล่า พอนึกได้ก็เขียน ๆ ไปจนลืมเรื่องระดับของภาษา หรือบางครั้งก็ใช้ไปด้วยความเคยชิน และรู้สึกว่าอยากจะใช้ เพราะบางทีไม่แน่ใจว่าในการเล่าเรื่องใช้ภาษาระดับไหนจะดีกว่ากัน
  เชื่อมไม่ค่อยดี...อันนี้ก็รู้สึกเหมือนกัน โดยเฉพาะคำเชื่อมไม่ค่อยมี ตอนเขียนสงสัยบ้างว่าจะใช้คำเชื่อมไหนดี...แต่สุดท้ายกลายเป็นเลี่ยงไปเลยก็มี แล้วจะพยายามหารูปประโยคที่สามารถไปด้วยกันได้มาเขียน (แต่ก็ไม่ทำให้เชื่อมได้ดีขึ้นอย่างที่ควรจะเป็น)
 
 

หลังจากนั้นก็ลองเขียน My Japanese - 私の悲しかったこと ดูค่ะ TwT ((จิ้มได้ค่ะ))
(พยายามมาก เพราะหมดพลังไปกับอันบนแล้ว ๕๕๕๕)
(และมัน Absurd มาก = =")
 
บอกว่า "อ่านแล้วเข้าใจดี มีติดอยู่ประโยคนึงที่ทักไปแล้ว>> เรางงประโยคนี้อ่ะสีส้ม 親がついこの娘が帰ってきたのを忘れただけだと分かったのに泣き出してしまいました。 มันคือ ~のを忘れたと分かっただけで、泣き出してしまいました。 รึเปล่า?? หรือเราเข้าใจผิด..." <<< อันนี้จริง ๆ ตั้งใจจะบอกว่า "ทั้งที่เข้าใจว่า~~แต่ก็ร้องไห้" .... แสดงว่ามีปัญหาเรื่องโครงสร้างประโยค
แล้วก็ "それを聞いて、ま、バカだな、わたし <---- ถ้าเล่าเรื่อง น่าจะมีต่อจากนี้นิดนึง.. เป็น って、と หรือ と思った อะไรแบบนี้อ่ะ ไม่งั้นจะดูเหมือนพูดคนเดียว "
 
มาสรุปการประเมินจากความคิดเห็นข้างบนกัน
 
สิ่งที่พัฒนา และเหตุผล
  หลัก ๆ ก็เหมือนกับเรื่อง 嬉しかった (เล่นง่ายยยย ๕๕๕)
  อาจจะคิดไปเอง แต่รู้สึกว่า น่าจะเขียนจบได้ดีกว่านี้...(เหมือนขาดอะไร) ไม่รู้จะจบยังไงให้ดีที่สุด
 
 
ปัญหา และสาเหตุ
   โครงสร้างประโยค เรียงลำดับประโยคแปลก?
คิดว่าอันนี้ก็มีปัญหาเรื่องระดับภาษา...แต่คิดว่าน่าจะดีกว่าอัน 嬉しかった เพราะพออ่านเม้นท์จาก 嬉しかった แล้วทำให้ระวังมากขึ้น(นิดนึง)
 
 
 
 
 
 
เอาล่ะค่ะ ของเทพอยู่ต่อจากนี้!!!
 
สโนวี่ได้ไปรบกวนขอความช่วยเหลือจากพี่รหัสคนสวยให้มาช่วยดูงานให้
แน่นอนค่ะ... พี่ติ๊บสวย!! นั่นเองงง!!! > w < !! เย่!!
พี่ติ๊บช่วยดูให้ทั้ง 4เอนทรี่เลยค่ะ
แต่ 2 เอนทรี่แรกก็จะดูที่ 嬉しかったこと กับ 悲しかったこと (เพื่อไม่ให้เสียเวลา)
 
แล้วปรากฏว่าพี่วิจารณ์มาให้เมพมาก!! =o=!
จึงต้องขออนุญาติแปะข้อความทั้งหมดของคุณพี่นะคะ TwT เพื่อจะได้เห็นการอุทิศที่พี่มีให้เพื่อเด็กตาดำ ๆ
 
งั้นแปะโลด!!
 
ก่อนอื่นพูดถึงพัฒนาการเปลี่ยนแปลงแต่ละอันก่อน
เอนทรี่หลังๆ ใช้ภาษาได้ดีกว่าอันแรกๆมากเลย ทั้งเค้าโครง อ่านแล้วคล้อยตามกว่า ภาษาไม่แข็ง
เป็นเหมือนคนคุยกันปกติ
แต่ถ้าให้เปรียบเทียบพัฒนาการจริงๆ คงยากเพราะว่าแต่ละครั้งไม่ได้เขียนเรื่องเดียวกัน และความยาวก็ไม่เท่ากัน
และเขียนเอนทรี่ยังไงมันก็เป็นการเขียน บางทีก็นึกภาพไม่ออกว่าเวลาพูดแล้วเป็นไง ไม่รู้ว่าเล่าใส่อารมณ์ยังไงไรงี้
 
ทีนี้จะลองวิเคราะห์แต่ละอันนะจ๊ะ
 
อันแรก
         เหมือนเป็นการตั้งใจเขียนมาพูด ไม่เป็นธรรมชาติเท่าไหร่ การเชื่อมโยงแต่ละประโยคอาจดูงงๆ นิดหน่อย
         พี่ลองแบ่งโครงสร้างประโยคแต่ละอันดูเอาเฉพาะ 嬉しかったこと กับ 悲しかったこと นะ
嬉しかったこと:เรื่องที่เป็น fact(เหตุการณ์ที่จะเกิดขึ้น)→บอกว่าเราก็ไปร่วมเหตุการณ์ที่เกิดขึ้นด้วย→สรุปว่าดีใจ
悲しかったこと:เกิดเรื่องขึ้นในสถานการณ์ไหน→เรื่องที่เป็น fact→บอกว่าสถานการณ์ตอนนี้ก็เป็นเหมือน fact→เล่าเรื่องสถานการณ์ตอนนี้→สรุปว่าเศร้า
 
อันที่ 2 ถ้าเทียบกับอันแรกแล้ว เป็นธรรมชาติกว่ามากๆ อ่านแล้วเหมือนเป็นบทสนทนาจริงๆ มีคำที่พูดกับคู่สนทนาให้เขามีส่วนร่วมด้วย
ทีนี้ลองดูโครงสร้าง
 嬉しかったこと:บอกว่ามีเรื่องดีใจ→บอกไว้ก่อนว่าไม่ใช่เรื่องดีใจทั่วไป,บอกเรื่องที่ดีใจ→เล่าเหตุการณ์→มาสรุปอีกทีว่าทำไมถึงเป็นเรื่องดีใจ
ถ้าเปรียบเทียบกับอันแรก อันนี้ดีมากๆที่มีบอกก่อนว่าเป็นเรื่องดีใจ เพราะเหมือนเป็นการบอกผู้ฟังไว้ว่า เออเนี่ยเราจะคุยเรื่องนี้นะ
และบอกว่า ไม่ใช่เรื่องดีใจทั่วไป ก็ทำให้น่าสนใจฟังมากขึ้น แล้วพอมาสรุปก็จะทำให้ผู้ฟังเข้าใจได้ว่าเพราะอย่างงี้นี่เองไรงี้
悲しかったこと:เรียกความสนใจผู้ฟัง→บอกเรื่องเสียใจโดยสรุป→เรื่องที่เป็น fact→เล่าเรื่องสถานการณ์ตอนนี้→สรุปว่าเศร้าและหาวิธีแก้
อันนี้ก็เหมือนกัน มีการพูดที่เรียกความสนใจจากผู้ฟังได้ดีกว่าครั้งแรก คือมีใส่ 聞いてくれるかな เข้าไปและมีบอกว่าต่อจากนี้จะแก้ปัญหายังไง
ซึ่งพี่ว่าเป็นธรรมชาติของบทสนทนามากๆ นะเหมือนไม่ได้จบแค่ว่าเศร้าไรงี้
 
อันที่ 3 ก่อนอื่นขอแซวก่อน แหมมมมมมมมมมมมมมมมมมม 55
อันที่ 3 กับ 4 เนี่ย พี่อ่านๆแล้วเหมือนเป็นการเขียนบล็อก ไม่ใช่แนวแบบเล่าเรื่องให้ฟังต่อหน้าซึ่งต้องคิดถึงคู่สนทนาเป็นหลัก
พูดรวมๆ ละกันว่าในทั้งสองอันถึงแม้จะมีเขียนทั้งรูปปัจจุบันและอดีต
ในความเห็นพี่ มันไม่ได้ผิดเลยนะ เพราะนิยายญี่ปุ่นส่วนใหญ่ก็เป็นอย่างงี้ เรื่องอดีตบางทีก็ใช้รูปปัจจุบัน
อันนี้พี่ว่าน้องเก่งมากๆ แล้วใช้ได้อย่างเป็นธรรมชาติมากเลยแหละ
 
อืมม วิเคราะห์โครงสร้างแต่ละอัน
嬉しかったこと:บอกว่าเกิดขึ้นเมื่อไหร่→เล่าเหตุการณ์และเรื่องที่กังวล→บอกเหตุผลที่กังวล
→บอกความมุ่งมั่นว่ายังไงก็จะทำ→เล่าเหตุการณ์ตามเวลา→บอกว่าเหมือนฝัน (ซึ่งก็เปรียบเทียบว่ามีความสุขมากไ้ด้ดี)
悲しかったこと:บอกว่าเกิดขึ้นเมื่อไหร่→บอกเรื่องที่เป็น fact→เล่าเหตุการณ์ตามเวลา→เปลี่ยนไปเล่าเรื่องเพื่อนแล้วสรุป
2 เอนทีรี่นี้ก็อ่านแล้วเป็นธรรมชาตินะ โครงสร้างประโยคแต่ละอันอาจไม่เหมือนกันแต่ 話の流れ ก็ดี
ไม่ได้อ่านแล้วรู้สึก เอ๊ะ อะไรอย่างงี้ แล้วก็สนุกนะ ทำให้คนคล้อยตามดีใจหรือเศร้าตามด้วยอะ
 
โอ้วแล้วมีเรื่องที่ติดใจอยู่นิดหน่อยคือคำลงท้ายประโยค よ、ね、の 
เหมือนใช้ の เยอะอ่ะ มันก็ไม่ได้ผิดอะไรหรอกนะ แต่ปกติพี่ไม่ค่อยใช้เลยรู้สึกไม่ค่อยชินอ่ะ
แล้วก็ตอนที่จะพูดเรื่องที่ผู้สนทนารู้อยู่แล้ว หรือพูดลอยๆ น่าจะใช้ よね มากกว่า ね นะ เรื่องนี้ก็ยากนะ
 
จากพี่คนสวย
 
เห็นไหมคะ? TwT พี่ทำเพื่อน้องมาก ๆ  ยิบเลย มาเป็นขั้นเป็นตอน ซะสึกะมาก ๆ !!
ทำให้เราได้เห็นความแตกต่าง พัฒนาการ ความเปลี่ยนแปลง (ฯลฯ) ตามมุมมองเมพ ๆ ของพี่ติ๊บด้วยย TwT
 
 
เอาล่ะ งั้นต้ิองมาสรุปกันอีกรอบ กับพัฒนาการการเปลี่ยนแปลงทั้งหมดทั้งมวล!!!
(เดี๋ยวจะเอาอันนี้ไปแปะแยกในMy Evaluationแยกอีกทีแล้วกันค่ะ) >> App Jap Ling (เป็นเพจนี้แทนค่ะ)
เอนทรี่ 1 (สิ่งแรกที่ติดตัวมา)
 เขียนอย่างเร่งรีบ เพื่อจะเอาไปพูดในห้อง
 พยายามคิดหาเรื่อง เลยได้แต่โครงเรื่อง และจุดที่เรียกว่าเป็นเรื่องประเภทไหน
 เล่าอย่างรวดเร็ว เพื่อจะบอกว่า รู้สึกดีใจ เสียใจ เพราะอะไร
 เป็นการเล่าโดยมีคนฟัง แต่ไม่เปิดโอกาสให้อีกฝ่ายพูดอะไรเลย
 พยายามเล่าให้สั้น? จนคนฟังไม่รู้รายละเอียด และไม่เข้าใจจุดประสงค์ (ความรู้สึก)ที่พูดสักเท่าไหร่
 ส่วนมากจะขึ้นต้นด้วยว่า เมื่อไหร่ แต่ไม่ได้ขึ้นต้นด้วยว่า กำลังจะพูดเรื่องอะไร
 บอกว่ารู้สึกยังไงในตอนจบ
เอนทรี่ 2 (ความพยายามหลังจากรู้ว่าครั้งแรกมันแย่!)
 พยายามทำให้เป็นบทสนทนามากขึ้น
 พยายามมีช่องว่างให้อีกฝ่ายสามารถโต้ตอบได้
 พยายามใส่อารมณ์มากขึ้น
 พยายามเรียกร้องความสนใจ(?) + บอกว่าจะพูดเรื่องอะไร ทำให้คนฟังรู้ว่าจะพูดเกี่ยวกับอะไร และสนใจมากขึ้น
 พยายามเล่าให้ละเอียด และเป็นลำดับขึ้น (แต่ว่าก็ยังน้อยไป) ยังมีงง ๆ อยู่บ้าง
 เพิ่มความรู้สึก และความคิดเห็นของตัวเองลงไปอีก
เอนทรี่ 3 และ 4 (สุดตัว!)
 พยายามเขียนให้ยาวเหมือนไดอารี่ ให้มีคนอ่าน มากกว่าคนฟัง (รู้สึกตั้งใจให้เป็นการเขียนมากจนกลายเป็นไดอารี่จริง ๆ ซะด้วย)
 คงเพราะเสพ Input ที่เป็นไดอารี่
 รู้สึกได้เลยว่าตัวเองเขียนได้เป็นธรรมชาติมากขึ้น
 พยายามลำดับการเขียนเรื่อง โดยนึกภาพในหัว ค่อย ๆ ให้รายละเอียดกับคนอ่าน
 พยายามคิดว่ากำลังเขียนภาษาตัวเอง (จะได้ไม่เกร็งมาก..รู้สึกว่าการมี意識เป็นเรื่องที่ดี แต่บางทีไม่ควรกังวลมากเกินไปว่าจะเขียนอะไร...คิดว่าควรจะมี意識กับไวยากรณ์ ศัพท์ฯลฯมากกว่า)(จะว่าไป เขียนเองงงเอง๕๕)
 มีเหตุ มีผล (เช่นเหตุการณ์ ฯลฯ) รองรับ
 พยายามทำให้คนอ่านรู้สึกตามให้ได้!
 
สิ่งที่ยังคงต้องพยายามปรับปรุง ((มันยังไม่ดีนั่นแหละ))
คำเชื่อม... เพราะตัวเองไม่แน่ใจ บางทีเลยเลี่ยงใช้ หันไปหาวิธีการเขียนแบบอื่น ซึ่งทดแทนกันได้ไม่เกิน50% (ในความรู้สึก) ถ้าสามารถเลือกใช้คำเชื่อมได้ดีกว่านี้ ก็น่าจะดีขึ้น
ระดับภาษา...คิดว่าเป็นเพราะความเคยชิน คิดอะไรก็เขียน ๆ แล้วด้วยก็ความไม่ชำนาญ...ระดับภาษาบางอย่างคงต้องเก่งมากจริง ๆ ถึงจะรู้ว่าแบบไหนเป็นธรรมชาติหรือเปล่า
คิดว่าน่าจะทำได้มากกว่านี้นะ  ถ้าพยายามต่อไปเรื่อยๆ!!
 
 
 

My Japanese - 私の悲しかったこと

posted on 27 Feb 2011 16:01 by yukibyou  in Telling-Story-in-Japanese
じゃ、今回は悲しかったことですね。
 
一番悲しかったのは、2ヶ月前のことです。
 
今、私は寮に住んでいて、学校に通っています。ときどき、家に帰ります。
その日、家に帰りました。
2時まで、宿題をしました。宿題をし終わって部屋に寝に行こうとしました。
ですが、ドアが開けられませんでした。
 
...
部屋の中では親が眠っています。
そうです。私は親と一緒の部屋で眠っています。
とても眠くて寝たいと思ったが、部屋に入れませんでした。
それでも、ノックはしたいくありませんでした。親の休みを邪魔したくありませんから...
 
そう思って、
親がついこの娘が帰ってきたのを忘れただけだと分かったのに
泣き出してしまいました。
 
どうしようかと悩んでいて、最後は一階で眠ろうと思い切りました。
しかし、目を閉じて何十分もたっても、眠れませんでした。
 
頭の中には悲しさでいっぱいになって、泣いたばかりでした。
怒りも感じましたが、そんな思いがしたくありませんでした。
 
しょうがないでしょ
自分のせいじゃない?
と自分に言いました。
 
ですが、悲しさは消えなかったのです。
 
眠れなかったから、パソコンをつけて、友達とチャットします。
そんのとき、もう3時ごろですが、一人の親友がオンラインしていました。
私は自分の悩んでいることを彼に話しました。
そして、私の気持ちが冷めてきました。
誰かにその悩みを伝えたとこたか、いいアドバイスを受けたこととかではありません。
 
彼は何も言いませんでしたが、
その代わりに、ただ「ちょっと僕のことを聞いてね」と言って、自分のことを話し始めました。
「今、親は家にいないんだ。どこに行ったかわからない。携帯も持っていかなくて、連絡できない。
何か起こったか、心配してるんだ。
君の両親は部屋にいらっしゃるでしょ?安全にいらっしゃるでしょ?」と彼は言いました。
それを聞いて、ま、バカだな、わたし。
 
怒りが消えて、自分の怒りや悲しさの原因を考えてみました。
 
自分はいつも他の人に怒られたくないからです。
その代わりに、自分が「正しい」と思ったことをして、他の人が悪いだと思って、その人たちに怒るわけです。
...
 
悪いんですね...しかし、人間はみんな利己主義者ではありませんか?
 
 
กรี๊ดดดดดดดดดดดดดดดดด เละเทะมากค่าาา TwT

My Japanese - 私のうれしかったこと

posted on 27 Feb 2011 16:01 by yukibyou  in Telling-Story-in-Japanese
 では、「わたしのうれしかったこと」を「アウトプット」として話します!^^
 
最近、一番嬉しかったことと言えば、まあ、1月に起こったことかしら…
 
それは私の憧れている人の誕生日の前日でした。その前、カンバスやアクリル絵の具を買ってきて、絵を描きました。
そうです。プレゼントとしてその絵をあげるつもりです。
でも、悩んでいることが一つあります。
プレゼントをもらってくれるかどうか・・・って
 
なぜそんなことに悩んでいるかというと、4年前のことのせいだと思います。
そのとき、ある女性の後輩に憧れていたのです。(私は女子高校に通っていたのです)でも、ただ「かわいいな~」と思って憧れていたのです。恋愛というわけではありませんでした。
その子の誕生日に、プレゼントをあげようとしたが、彼女はもらってくれるどころか、嫌そうな顔で他の人にあげろ」と言いました。
私はレスビアンだと思われているからかもしれませんね…
 
その出来事から、ずっと誰かに何かをあげるとき、色々考えるようになりました。
 
でも、今回、彼(憧れの人)にプレゼントをあげようという気持ちは変えないのです。せっかく絵を描いてたし…
 
思い切って、彼に電話をする。
彼は「何か手伝ってほしいこととかある?」と聞きました。
「ううん、ないけど、あげるものがあるの。もらいに来てくれるかな?」
「えっ、お正月の?」
「ううん、今度の土曜日、誕生日でしょ?」
「覚えてくれた?!ありがとう!もちろん、いけるよ」
 
なんとか…(今、あまり覚えられませんが...)(wwwwww)
 
でも、彼の喜んでいる声が聞こえて、本当に嬉しかったのです。^^
 
そうして...
翌日、12時は待ち合う時間です。
ですが、12時20分にすぎても連絡が来なかったのです。
すごくどきどきしてたのに!
12時30分、やっと彼が電話してきました。
「ごめん!朝寝坊しちゃって!間に合わないかも!6時に学校終わるだろ?じゃ、6時にしようか?」
 
ということで、6時まで待っていました。
 
やっと、6時でした。
彼に電話して、会いに行きました。
 
1年ぶり会った憧れの人にやっと会いました・・・
彼から少し話しかけて、そして私がプレゼントをあげました。
好きかどうか分からないから、(絵とケーキを)2つあげると言って、彼は「好きだ。どうしても好きだ。これ、今年の1番目のプレゼントだ。」と言い返しました。
 
彼と別れて、嬉しさばかり感じていました。
誰かのために何かをするのは、こういう感じかしらって思って、そのとき携帯のメッセージが来ました。
彼からの感謝メッセージでした。
 
それを読んで、この女性は幸せで泣いて寮に帰りました。(wwww)
 
もう一度彼に会えたことは夢のようだと思いました。
ま、夢から起きたくないんですけど、
 
起きなければなりませんね。
 
 
どうかな= =?~
 
誰かその絵を見たい人がいますか?=w=
 
ก่อนจะจบการ Input  สโนวี่อยากขอยก Outline จากวิชา 作文3 มาใส่ด้วยค่ะ
เพราะจริง ๆ แล้ว เป็นโครงที่ดีมาก ๆ เลย เพียงแต่บางทีละเอียดจนนึกไม่ออกว่าจะใส่อะไีร ๕๕๕
 
 
Outline มีหน้าตาแบบนี้ค่ะ ^^
 
第1段落 【いつ】【どう感じたか】 ⇒  何の情報かを言う(相手が話を知りたくなるように)
            日時________        場所________
            どのような嬉しさ/悲しさ_______________
 
 
第2段落 【出来事】 ⇒   どんな出来事だったかの説明
            いつ(詳しい説明)______________
            どこで(詳しい説明)_____________
            どんな人たちが_______________
            自分とその人たちの関係は__________
            何か起きた__________________
 
 
第3段落 【まとめ】
            どう感じた_________________
            その後どうしたのか_____________
 
 
อย่างที่บอกค่ะ ว่าเป็นOutlineที่ดีมาก เพราะว่ามีการเกริ่นปูเป็นภาพใหญ่ แล้วก็ค่อย ๆ ให้รายละเอียด จนสุดท้ายคือสรุปอีกรอบ
ถ้าทำได้แบบนี้ ก็คงจะบอกรายละเอียดและความรู้สึกได้ครบเลยทีเดียว
แต่ว่าในบางกรณีก็อาจจะดูเป็นแพทเทิร์น(แบบแผน)มากไป
แต่ก็ถือเอาเป็นพื้นฐานเพื่อใช้ในการรวบรวม ลำดับความคิด และโครงสร้างเพื่อการเล่าได้ ไม่ให้กระจัดกระจายจนไม่รู้เรื่องค่ะ
 
ได้เวลาไปนั่งคิด Output ละค่ะ!!! > < !! เย้!!
 
อันนี้เขาเขียน 2 เรื่องค่ะ เป็น うれしかったこと&悲しかったこと
จะลองสังเกตดูว่าเขาเขียนแบบไหนนะคะ แล้วก็อาจจะดูว่าต่างจากคนแรกยังไง
 
คนนี้เริ่มมาก็เขียนว่า "จะลองเขียนเรื่องที่ช่วงนี้ดีใจที่สุด กับเสียใจที่สุด"...โอ้ว ถึงกับต้องลองเขียนเลย ๕๕๕ =w="(เหงื่อตก...)
พอลองอ่านก็...โอ้ว...เป็นการเขียนที่เข้าประเด็นเร็วมากค่ะ แล้วก็ไม่ค่อยรู้ว่าเรื่องอะไร แต่ก็รู้สึกว่า "อ่อ ดีใจเพราะเรื่องนี้" อะไรประมาณนั้น
 
เขาบอกว่า (อันนี้แปลคร่าวๆเพื่อความว่องไวนะคะ)
"เรื่องดีใจที่สุด ก็คงจะเป็นเรื่องที่ได้รับคำให้กำลังใจล่ะมั้งคะ
แต่ไม่ใช่คำพูดว่า พยายามเข้านะ โดยตรงหรอกค่ะ
ตอนนั้นคนไข้ของฉันประสบความสำเร็จในการท้าทายอะไรอย่างหนึ่ง (อันนี้งงค่ะ= =)
พอได้รับผลการรายงาน เขาก็ดีใจจนร้องไห้ออกมาเลย (แปลถูกเปล่าไม่รุ้ค่ะ= =")
ฉันเลยพลอยรู้สึกเหมือนได้รับคำให้กำลังใจว่า "พยายามเข้านะ" ฯลฯ "
อะไรประมาณนี้ค่ะ  ก็เข้าเรื่องรวดเร็วมาก
รู้ว่าจะพูดอะไร แต่ไม่ค่อยดื่มด่ำไปกับความดีใจของเขาสักเท่าไหร่แฮะ
เพราะว่าจะงง ๆ ว่า...ใครเหรอ อะไรเหรอ?? (หรือเราคิดไปเองคนเดียว = =")
 
แล้วรู้สึกว่าเขาจะเล่าค่อนข้างตามอารมณ์แล้วก็ตามใจตัวเองเล็กน้อย เพราะว่าพูดโยงไปเรื่องอื่น ๕๕๕
(แต่ก็อย่างว่า มันเป็นไดอารี่นี่นะ)
 
ส่วนเรื่อง 悲しかった ของเขา...
     ...
     ..
     .
เอิ่ม....เกินเอื้อมมากค่ะ!! เรื่องการแพทย์นี่นา กรี๊ดดดดดดดด!!!
งั้นข้าม!! (ตึ่ง!!!)(อย่าเสียเวลาค่ะ ๕๕๕๕)()
 
 
มา! งั้นไปตามหาตัวอย่าง 悲しかったこと กันเถอะ!
 
เล่ากันย่อ ๆ
 
ข้อสังเกตการเล่าของคนนี้
ขึ้นด้วยว่า...วันนี้เป็นวันงานส่งท้ายสิ้นปี แล้วก็บอกความแตกต่างจากปกติ ที่ว่า เขาน่ะเป็นคนคออ่อนมาก คราวนี้ก็ดื่มนะ แต่ไม่เมาสักนิด...ไม่ใช่เพราะคอแข็งขึ้นหรอก แต่เพราะเรื่องที่จะเล่าต่อไปนี้ต่างหาก (ซึ่งคิดว่ามีผลกระทบต่อจิตใจของเขา)... คือเหมือนเป็นการปูเรื่องว่า เมื่อไหร่ มีผลอะไร แล้วนำไปสู่เรื่องที่เป็นเหตุค่ะ
แล้วก็เล่า状況ว่า วันนั้นทำอะไร แล้วปัญหาของเขาคืออะไร
แล้วก็บอกความรู้สึก ว่าความทุกข์ ความเศร้าที่เกิดขึ้นสัมพันธ์กันยังไงระหว่าง状況ในบริษัทกับ状況ของเขา
ความเศร้าของเขาคือ ความรู้สึกเหงา? ที่ปัญหาบางอย่างจะพยายามยังไงก็แก้ไม่ได้? อย่างเรื่องดวงตาของเขา?
แล้วก็ย้อนมาฉากตอนกลับจาก 忘年会 ...ฉากนี้บรรยายได้นิยายมาก (๕๕๕)
จบฉากด้วยการปลุกกำลังใจ ๕๕๕
และจบสุดท้ายแบบไดอารี่ (แพลนว่าจะทำอะไีร...อันนี้ไม่เกี่ยว ๕๕๕๕)
จับผิด...เขามีพิมพ์คันจิผิดด้วยล่ะ >>傾向ペン (แหงะ...ใช่ไหมๆ)
ความคิดเห็นส่วนตัว...เขาเขียนโอเคดีนะคะ ถึงรายละเอียดจะไม่ได้มากมาย แต่ว่าถ้าพูดถึงภาพรวม ก็รู้สึกนิ่ง,อินไปกับเขาบ้าง
ศัพท์น่าสนใจ
                忘年会 = งานส่งท้ายปีเก่า
                悶々とする = もだえ苦しむ様子
                蛍光ペン = ปากกาเน้นข้อความ (สโนวี่เรียก "ไฮไลเตอร์" ค่ะ  = =)
                網膜 = เยื่อเรตินา,เยื่อชั้นในสุดของส่วนหลังของลูกตา มีหน้าที่รับภาพจากแก้วตา
 
โว้ว
พอได้แนวทางไปคิดว่าควรจะเขียนยังไงแล้วค่ะ orz...
พอได้อ่านไดอารี่ของคนญี่ปุ่น ก็ได้อะไรพอสมควร (พูดว่า พอสมควร ก่อนน่าจะดีกว่านะคะ ๕๕๕)
ตั้งแต่..
 
ได้อ่านเรื่องของคนญี่ปุ่น (เรื่องของชาวบ้านนน)
ได้ศัพท์ใหม่ ๆ
ได้เห็นการเล่าเรื่องที่ต่างกันของคนสามคน
ได้เห็นในมุมคนอ่านว่า การเล่าเรื่องแบบไหน ให้ความรู้สึกยังไง เพียงพอหรือเปล่า
ได้หันกลับมามอง และคิด ว่าตัวเองควรทำ หรือไม่ควรทำอะไร (ในมุมความชอบของตัวเอง)
และสุดท้าย ก็คิดว่า การเริ่มต้นการเล่าเรื่องที่ดี คือการคิดให้ชัดเจน เรื่องให้รู้เรื่อง โดยคิดถึงคนอ่านหรือคนฟัง ว่าเขาจะเข้าใจเราหรือเปล่า เพราะไม่งั้นก็เป็นแค่การเล่าเพื่อระบายอารมณ์ แต่อีกฝ่ายไม่สามารถเข้าใจความรู้สึกของเราได้
 
อะไรประมาณนี้ค่ะ ^^
 
รีบไปทำ Output ดีกว่า =3=...อู้นอกเรื่องมานานเกินไปแ้ล้ว T  T !!!!
 
<_ _>
 
Credit:
ไปตาม Link นะคะ ^^
http://dic.search.yahoo.co.jp
http://www.jtdic.com/2008/
 
ไปลองหาตัวอย่างการเล่าเรื่องมาค่ะ...ไม่แน่ใจเหมือนกัน ว่า(ด้วยตัวภาษา ไวยากรณ์ฯลฯ)จะดี100%หรือเปล่า
แต่แน่ใจมากว่าน่าจะดีกว่าการเล่าเรื่องของตัวเอง ๕๕๕๕
ทีแรกหา 面白い話 แต่ปรากฏว่ากลายเป็นเรื่องตลกโปกฮาไปเลย ๕๕๕
เลยต้องหาใหม่เป็น うれしかったこと 悲しかったこと แทนค่ะ
 
ไปแอบอ่านไดอารี่ของคนญี่ปุ่นกันเถอะ =ㅈ=
(ตามลิ้งค์ไปแล้วกันนะคะ ไม่อยากเอามาโพสลงตรง ๆ ...กลัว = =" เพราะไม่ได้ขอ)
 
 
First Link!
 
อันนี้เล่าเรื่อง うれしかったこと ค่ะ
ไม่พูดถึงเนื้อหาแล้วกัน แต่จะลองตั้งข้อสังเกตดูว่าเขาเขียนยังไง ใช้คำแบบไหน
 เขาบอกตั้งแต่ต้นว่าจะพูดถึง うれしかったこと
 จากนั้นก็บอกว่า เรื่อง うれしかったこと ที่ว่า คือเรื่องอะไร
 เริ่มเต้นเรื่องว่า "มีผู้หญิงคนนึง ชื่อ..." แล้วอธิบายต่อว่า คือใคร มีข้อมูลลักษณะอย่างไร เช่น เป็นคนที่รู้จักกันมาหนึ่งปี นิสัยยังไง แล้วรู้สึกยังไงกับคนคนนั้น
 สังเกตเห็นว่า เล่าเป็นลำดับเวลา กระทั่งความคิด (น่าจะใช่) เขาบอกว่า เขาคิดว่าอยากจะเป็นเพื่อนกับคนนั้น จนกระทั่งเวลาผ่านไปหนึ่งปี
ขณะเล่าเรื่องของคนอื่นอยู่ ก็มีการพูดถึงความคิดเห็น หรือการคาดเดาของตัวเองลงไปด้วย ว่าเป็นอย่างนั้น อย่างนี้หรือเปล่านะ (ซึ่งเขียนอ่านง่ายมากว่านั่นเป็นความเห็นของตัวเอง...)(สำคัญคือต้องชัดเจนว่าอะไรเป็นเรื่องจริง อะไรเป็นความเห็น!)(หลักการเดียวกับที่เรียนมาจาก JP WritingIII ๕๕๕)
พอเล่าเหตุการณ์อะไรไป สักพักก็จะบอกว่าตัวเองรู้สึกยังไงกับเหตุการณ์นั้น ทำให้ตามง่ายว่ารู้สึกยังไง ต้องการจะพูดอะไร
สรุปภาพรวมเหตุการณ์ หรือ เพิ่มเติ่มเหตุการณ์ที่ช่วยสรุปรวมความรู้สึก
จบด้วยการสรุปอีกรอบว่า "วันนี้เป็นวันที่ดีจัง~" (=うれしかった)
 
ในความคิดเห็นส่วนตัว...คนเขียนบล็อคนี้เขียนเรียงลำดับเรื่องได้ดีจัง เข้าใจง่ายค่ะ =o=
ศัพท์น่าสนใจ
                     媚売っているよう ⇒ 媚売るへつらって相手の機嫌をとる。/
                     商売女などが客の相手をする。
                     不本意 = 自分の本当の望みとは違っていること
                     謝罪 = 謝る
                     詳しくかけませんが >> เพื่อที่จะบอกว่า "ตัวเองไม่ได้รู้รายละเอียดอะไร" ?
                     思いつかない <<เป็นคำที่จำเป็น แต่จำไม่เคยจะได้O_o
                     縁がある-縁が無い >> มี-ไม่มีดวงคู่กันหรือพบกัน??
ข้อสงสัย
                     誤解勘違いをされて <<< ศัพท์สองคำนี้ต่างกันยังไง?
แต่ด้วยความโง่เขลาส่วนตัว...จึงอ่านไม่เข้าใจบ้างเป็นบางช่วง = ="
 
 
Credit:
ไปตาม Link นะคะ ^^
http://dic.search.yahoo.co.jp